
วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ หลังทหารกัมพูชามีการยิงยั่วยุในหลายพื้นที่ตามที่เป็นข่าว พบว่าบรรยากาศชุมชนและหมู่บ้านต่างๆในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นไปอย่างเงียบเหงา แม้ชาวบ้านจะยังคงดำเนินชีวิตกันตามปกติ ท่ามกลางการเฝ้าระวังของหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่
ขณะที่บรรยากาศที่ตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ก็เงียบเหงาไม่ต่างกัน และยิ่งซบเซาหนักขึ้น ไร้ผู้คนและนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วม 1 ปีเต็ม หลังจากเกิดการสู้รบที่ผ่านมา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทยอยปิดกิจการลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังคงมีร้านค้าบางส่วนที่ยังคงเปิดค้าขายกันอยู่ริมทางก็ตาม
ขณะที่วันเดียวกันนี้ (17 ก.ค.69) โซเชียลของชาวกัมพูชา ก็ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอ และพูดถึงเกี่ยวกับบรรยากาศ ที่ตลาด "จึงกาเจก" (แปลเป็นไทยว่า”ตลาดป่ากล้วย”) ตั้งอยู่ที่ชุมชนโอร์เสม็ด อ.กรุงสำโรง จ.อุดรมีชัย ว่ามีการค้าขายอย่างคึกคัก หลังจากฝนหยุดตกได้ไม่นาน อีกด้วย
คลิปดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ชาวกัมพูชาที่อยู่ตรงข้ามตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิงฯก็ยังคงดำเนินชีวิตกันตามปกติ แม้ทหารกัมพูชาจะมีการเสริมและตรึงกำลังรวมถึงการยั่วยุตลอดแนวชายแดนอยู่ก็ตาม ซึ่งหากว่ามีสัญญาณว่า ทหารกัมพูชาจะสร้างสงคราม ทางกัมพูชาก็จะแจ้งให้ชาวกัมพูชาที่อยู่บริเวณชายแดนอพยพออกไปนอกพื้นที่แล้ว แต่ในคลิปยังพบว่าชาวกัมพูชายังคงดำเนินชีวิตกันตามปกติอยู่
นางคำพาย เชื้ออินทร์ แม่ค้าเขียงหมู ย่านตลาดการค้าชายแดนช่องจอม กล่าวว่า ตลาดช่องจอมเงียบมาก แม่ค้าปิดร้านย้ายไปอยู่ต่างถิ่นกันเกือบหมดแล้ว เศรษฐกิจแย่ เงียบมาก มีแต่ข่าวว่าจะยิงกันๆ คนไม่กล้าเข้ามาเที่ยว แม่ค้าติดหนี้ติดสินกันเยอะ ตนขายหมู ขายไม่ค่อยได้ ลูกค้าเหลืออยู่ 10 % ตนก็มีแผนจะปิดร้านย้ายไปเหมือนกัน ถ้าแย่แบบนี้ อยู่ไปคงไม่รอด ส่วนรอบ 3 ตอนแรก ตนตนคิดว่ามี พอดูสถานการณ์ไปแล้วก็ไม่น่าจะมี ทหารไทยอดทนมาก เขมรยั่วยุหลายครั้งก็ยังไม่มีเหตุการณ์ ส่วนจะฝากถึงรัฐบาล ตนคงไม่ฝากอะไร ฝากไปก็แค่นั้น พูดไปหมดแล้ว คงได้แต่ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด ส่วนที่เขมรยิงยั่วยุบ่อยๆน่าจะยิงแหย่ๆเล่น ถ้ายิงกันก็คงยิงไปนานแล้ว ก็อยู่กันแบบลำบากแบบนี้ต่อไป
Advertisement