Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
พรุ่งนี้ลุ้นผลบัตรคนจน สมัคร18.8ล้าน ผ่าน9.5ล้านคน ถ้าไม่ผ่านแก้ยังไง?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

พรุ่งนี้ลุ้นผลบัตรคนจน สมัคร18.8ล้าน ผ่าน9.5ล้านคน ถ้าไม่ผ่านแก้ยังไง?

16 ก.ค. 69
18:36 น.
แชร์

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 กำลังเข้าสู่ขั้นตอนประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติ โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐ 5 แห่ง

ในวันนี้ (16 ก.ค.) กระทรวงการคลังเปิดเผยว่า จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย มีผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 9.51 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับแจ้งว่า “ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ” จะไม่ได้เริ่มใช้สิทธิพร้อมกันทั้งหมด เนื่องจากกระทรวงการคลังแบ่งผู้ผ่านเกณฑ์เป็น 2 กลุ่ม คือ

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ซึ่งจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569
  • ผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่ ซึ่งต้องยืนยันตัวตนแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-KYC ก่อน และจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ยังสามารถยื่นขอทบทวนสิทธิระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 พร้อมติดต่อหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 ก่อนประกาศผลรอบทบทวนสิทธิในวันที่ 21 กันยายน 2569

ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในรอบดังกล่าวจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เช่นเดียวกับผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่

คณะกรรมการฯ เคาะผลตรวจคุณสมบัติ หลัง ครม.เห็นชอบโครงการปี 2569

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม หรือคณะกรรมการฯ ในการประชุมครั้งที่ 9/2569 ได้พิจารณาผลการลงทะเบียนและผลการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 2 มิถุนายน 2569 และวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเห็นชอบการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 รวมถึงกรอบเวลาสำหรับการประกาศผล การยืนยันตัวตน การขอทบทวนสิทธิ และการเริ่มใช้สิทธิของผู้ผ่านเกณฑ์แต่ละกลุ่ม

ผลการตรวจสอบคุณสมบัติพบว่า จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย มีผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ 9.51 ล้านราย

ผู้ลงทะเบียนทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม จำนวน 12.70 ล้านราย

กลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ก่อนแล้วและเข้าร่วมกระบวนการลงทะเบียนและตรวจสอบคุณสมบัติในโครงการปี 2569 อีกครั้ง ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในกลุ่มนี้จะสามารถเริ่มใช้สิทธิตามโครงการปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐ จำนวน 0.74 ล้านราย

ผู้ลงทะเบียนกลุ่มนี้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม แต่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ หรือ MSO-LOGBOOK ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

กลุ่มที่ 3 ผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยสำรวจพบเพิ่มเติม จำนวน 5.38 ล้านราย

กลุ่มนี้เป็นผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม และเป็นผู้ที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจพบเพิ่มเติมในช่วงการลงทะเบียนโครงการปี 2569

เมื่อนำผู้ลงทะเบียนทั้ง 3 กลุ่มเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว มีผู้ผ่านเกณฑ์รวม 9.51 ล้านราย โดยกระทรวงการคลังจะเปิดให้ผู้ลงทะเบียนตรวจสอบผลเป็นรายบุคคลตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

ประกาศผลพร้อมกันทั่วประเทศ 17 กรกฎาคม เวลา 06.00 น.

กระทรวงการคลังกำหนดประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการปี 2569 พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

ช่องทางตรวจสอบผลแบ่งเป็น 4 ช่องทางหลัก ได้แก่

  1. หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐ 5 แห่ง
  2. เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
  3. แอปพลิเคชันเป๋าตัง
  4. แอปพลิเคชันทางรัฐ

เว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ เปิดให้ตรวจสอบผลระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ส่วนการตรวจสอบผ่านหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่ง ต้องดำเนินการในเวลาทำการของแต่ละธนาคาร

หลังตรวจสอบผลแล้ว ระบบจะแสดงสถานะที่เกี่ยวข้องกับผู้ลงทะเบียน เช่น ผลการลงทะเบียน ผลการพิจารณาคุณสมบัติ และผลการยืนยันตัวตนแบบ e-KYC

สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ การพบสถานะว่าผ่านการพิจารณาคุณสมบัติยังไม่ถือว่ากระบวนการเสร็จสมบูรณ์ ผู้มีสิทธิต้องดำเนินการยืนยันตัวตนแบบ e-KYC ตามช่องทางที่กำหนดก่อน จึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้

ช่องทางที่ 1 ตรวจสอบที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

ผู้ที่ไม่สะดวกตรวจสอบผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน สามารถไปตรวจสอบผลที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐ 5 แห่ง ได้แก่

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

หน่วยรับลงทะเบียนจะเปิดให้ตรวจสอบผลตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ในเวลาทำการของแต่ละธนาคาร

ขั้นตอนตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ของโครงการมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 นำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่

ผู้ลงทะเบียนต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนไปติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลในระบบ

ขั้นตอนที่ 2 เสียบหรือแตะบัตรประชาชนกับเครื่อง EDC

เจ้าหน้าที่จะให้ผู้ลงทะเบียนเสียบหรือแตะบัตรประจำตัวประชาชนกับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่อง EDC เพื่ออ่านข้อมูลจากบัตรและเชื่อมโยงกับข้อมูลในระบบโครงการ

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบข้อความหรือสถานะที่ปรากฏบนหน้าจอ

เมื่อระบบดำเนินการเรียบร้อย หน้าจอเครื่อง EDC จะแสดงสถานะหรือผลการดำเนินการ หากการยืนยันตัวตนสำเร็จ หน้าจอจะแสดงข้อความยืนยันว่าดำเนินการสำเร็จ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวันที่สามารถเริ่มใช้สิทธิตามที่โครงการกำหนด

หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่งยังเป็นช่องทางสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่ในการดำเนินการยืนยันตัวตนแบบ e-KYC อีกด้วย

ช่องทางที่ 2 ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์โครงการ

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลผ่านเว็บไซต์ของโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งดังต่อไปนี้

การตรวจสอบผ่านเว็บไซต์มีทางเลือกในการยืนยันตัวตน 2 วิธี ได้แก่

วิธีที่ 1 ตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD

ผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกตรวจสอบข้อมูลด้วย Digital ID ผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD โดยเลือกหัวข้อหรือช่องทาง “แอปพลิเคชัน ThaiD” ตามที่ปรากฏในหน้าเว็บไซต์

วิธีที่ 2 กรอกข้อมูลด้วยตนเอง

ผู้ที่ไม่ได้ตรวจสอบผ่าน ThaiD สามารถกรอกข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบบกำหนด ได้แก่

  • เลขประจำตัวประชาชน
  • วัน เดือน และปีเกิด
  • เลขหรือรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชนตามตัวอย่างที่เว็บไซต์กำหนด
  • ข้อมูลยืนยันความปลอดภัยหรือรหัสตามภาพที่ปรากฏในระบบ

หลังกรอกข้อมูลและเข้าสู่ระบบแล้ว เว็บไซต์จะแสดงผลการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วย

  • ผลการลงทะเบียน
  • ผลการพิจารณาคุณสมบัติ
  • ผลการยืนยันตัวตน หรือ e-KYC

ระบบอาจแสดงเครื่องหมายสถานะในแต่ละขั้นตอนแยกออกจากกัน ตัวอย่างเช่น ผู้ลงทะเบียนอาจมีสถานะผ่านการลงทะเบียนและผ่านการพิจารณาคุณสมบัติแล้ว แต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนแบบ e-KYC หรือยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ

สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ระบบจะแจ้งให้ดำเนินการยืนยันตัวตนแบบ e-KYC ตามช่องทางที่กำหนด ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่จึงควรตรวจสอบสถานะทั้งสามส่วน ไม่ควรดูเฉพาะข้อความว่าผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเท่านั้น

ช่องทางที่ 3 ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

การตรวจสอบผลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเปิดให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น.

ผู้ใช้งานต้องเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง สมัครใช้บริการเป๋าตัง และผูก G Wallet สำเร็จก่อน จึงจะสามารถเข้าถึงเมนูที่เกี่ยวข้องกับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐได้

ขั้นตอนตรวจสอบมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่หน้าหลักของแอปพลิเคชันเป๋าตัง

หลังเข้าสู่แอปพลิเคชัน ผู้ใช้งานจะพบหน้าหลักของเป๋าตัง ซึ่งอาจมีแถบหรือป้ายประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569” พร้อมข้อความให้ตรวจสอบผล

ผู้ใช้งานสามารถเลือกแถบประชาสัมพันธ์ของโครงการ หรือเลือกเข้าสู่เมนู G Wallet เพื่อดำเนินการต่อ

ขั้นตอนที่ 2 เข้าสู่หน้าหลัก G Wallet

เมื่อเข้าสู่ G Wallet ระบบจะแสดงหน้าหลักของกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้งานสามารถเลือกแถบประชาสัมพันธ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หรือเข้าสู่เมนูบริการ

ขั้นตอนที่ 3 เลือกเมนูบริการและหัวข้อสวัสดิการแห่งรัฐ

ในหน้าบริการ ให้เลือกหมวดที่เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐ จากนั้นเลือกหัวข้อ “สวัสดิการแห่งรัฐ”

ระบบจะเชื่อมต่อไปยังข้อมูลหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบการแจ้งผลการลงทะเบียน

เมื่อเข้าสู่เมนูโครงการ ระบบจะแสดงข้อความแจ้งผลการลงทะเบียนหรือผลการพิจารณาคุณสมบัติ ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะตามที่ปรากฏบนหน้าจอ

แอปพลิเคชันเป๋าตังไม่ได้เป็นเพียงช่องทางตรวจสอบผลเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในช่องทางที่ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่สามารถใช้ยืนยันตัวตนแบบ e-KYC ได้ด้วย

ช่องทางที่ 4 ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น.

ขั้นตอนมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เข้าสู่ระบบในแอปพลิเคชันทางรัฐ

ผู้ลงทะเบียนต้อง Log in หรือเข้าสู่ระบบในแอปพลิเคชันทางรัฐก่อน จากนั้นเข้าสู่หน้าบริการหรือหน้าค้นหาบริการภายในแอปพลิเคชัน

ขั้นตอนที่ 2 เลือกเมนูบริการและค้นหาชื่อบริการ

ในช่องค้นหา ให้พิมพ์คำว่า

“ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ”

เมื่อระบบแสดงบริการที่ตรงกับคำค้นหา ให้เลือกบริการดังกล่าวเพื่อเข้าสู่หน้าตรวจสอบสถานะ

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน

ระบบจะแสดงข้อมูลสถานะการลงทะเบียนของผู้ลงทะเบียน โดยอาจแสดงข้อมูลส่วนบุคคลและสถานะเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียน

ขั้นตอนที่ 4 กดดูรายละเอียดผลการตรวจสอบ

ผู้ลงทะเบียนสามารถเรียกดูรายละเอียดเพิ่มเติมโดยกดปุ่ม “ผลการตรวจสอบ”

หน้ารายละเอียดจะแสดงสถานะของกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ผลการลงทะเบียน
  • ผลการพิจารณาคุณสมบัติ
  • ผลการยืนยันตัวตน หรือ e-KYC

หากแต่ละขั้นตอนดำเนินการสำเร็จ ระบบจะแสดงเครื่องหมายสถานะของขั้นตอนนั้น ผู้ลงทะเบียนจึงสามารถใช้หน้าดังกล่าวตรวจสอบได้ว่า กระบวนการของตนอยู่ในขั้นตอนใด และยังต้องดำเนินการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมหรือไม่

ผู้ผ่านเกณฑ์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม เริ่มใช้สิทธิคนละวัน

หลังประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติ ผู้ผ่านเกณฑ์ตามโครงการปี 2569 จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยมีขั้นตอนและกำหนดวันเริ่มใช้สิทธิแตกต่างกัน

กลุ่มที่ 1 ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่ตรวจสอบแล้วพบว่าผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามโครงการปี 2569 สามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป โดยไม่ต้องยืนยันตัวตนผ่าน e-KYC

กลุ่มนี้เป็นผู้มีบัตรเดิมและผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในรอบปัจจุบัน โดยกำหนดวันเริ่มใช้สิทธิเร็วกว่าผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่

กลุ่มที่ 2 ผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่

ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ทุกรายต้องยืนยันตัวตนภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยสามารถดำเนินการได้ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้

1. แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เปิดให้ยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570

2. หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคาร 5 แห่ง

  • ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2570
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
  • ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

ธนาคารทั้ง 4 แห่งข้างต้นเปิดให้ยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569

สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ที่ต้องการดำเนินการผ่านผู้รับมอบอำนาจ จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ที่หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารทั้ง 5 แห่งเท่านั้น ไม่สามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้

ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ยื่นทบทวนสิทธิได้ 17-31 กรกฎาคม

ผู้ที่ตรวจสอบผลแล้วพบว่าไม่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการปี 2569 สามารถยื่นขอทบทวนสิทธิได้ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569

การยื่นขอทบทวนสิทธิสามารถดำเนินการผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทางเดียวกับการตรวจสอบผล ได้แก่

  • เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)
  • แอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)
  • ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และ แต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”

หลังยื่นคำขอทบทวนสิทธิแล้ว ผู้ยื่นคำขอต้องติดต่อหน่วยงานที่ตรวจสอบคุณสมบัติในประเด็นที่ไม่ผ่าน เพื่อแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 สิงหาคม 2569

ช่วงเวลาสำหรับดำเนินการแก้ไขข้อมูลหรือเอกสารในการขอทบทวนสิทธิ กำหนดตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม-16 สิงหาคม 2569

เมื่อผู้ขอทบทวนสิทธิดำเนินการแก้ไขข้อมูลแล้ว ข้อมูลจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เลื่อนประกาศผลทบทวนสิทธิเป็น 21 กันยายน

คณะกรรมการฯ ได้ปรับปรุงกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการปี 2569 ในส่วนของการประกาศผลรอบทบทวนสิทธิ โดยกำหนดประกาศผลในวันที่ 21 กันยายน 2569

เหตุผลของการปรับกรอบเวลาเป็นไปเพื่อให้การตรวจสอบข้อมูลของหน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจสอบคุณสมบัติดำเนินการได้อย่างรอบคอบ

ผู้ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในรอบทบทวนสิทธิจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่

ผลรอบทบทวนสิทธิจะประกาศผ่านช่องทางหลัก 4 ช่องทางเช่นเดียวกับการประกาศผลรอบแรก ได้แก่ เว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่ง

สรุปไทม์ไลน์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. หรือผ่านหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่งในเวลาทำการธนาคาร

วันเดียวกันนี้ยังเป็นวันแรกของการยืนยันตัวตนแบบ e-KYC และวันแรกของการยื่นขอทบทวนสิทธิสำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์

วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569

เปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติยื่นขอทบทวนสิทธิผ่านช่องทางหลักทั้ง 4 ช่องทาง

วันที่ 17 กรกฎาคม-16 สิงหาคม 2569

ผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิต้องติดต่อหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขข้อมูลหรือเอกสารให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด

วันที่ 1 สิงหาคม 2569

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติตามโครงการปี 2569 เริ่มใช้สิทธิได้

วันที่ 21 กันยายน 2569

ประกาศผลการพิจารณารอบทบทวนสิทธิ ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐทั้ง 5 แห่ง

วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ผู้ผ่านคุณสมบัติรายใหม่ที่ยืนยันตัวตนแบบ e-KYC สำเร็จเริ่มใช้สิทธิได้

ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในรอบทบทวนสิทธิสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันเดียวกัน

วันที่ 12 มกราคม 2570

วันสิ้นสุดช่วงเวลายืนยันตัวตนแบบ e-KYC ตามกรอบเวลาของโครงการ ซึ่งเปิดให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

ติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้ลงทะเบียนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบผล การยืนยันตัวตน หรือขั้นตอนของโครงการ สามารถติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ที่หมายเลข โทร. 0-2109-2345 เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-17.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์

กระทรวงการคลังขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังเท่านั้น


แชร์
พรุ่งนี้ลุ้นผลบัตรคนจน สมัคร18.8ล้าน ผ่าน9.5ล้านคน ถ้าไม่ผ่านแก้ยังไง?