
นักร้องสาวและอาสาสมัครกู้ภัย “ไข่มุก รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช” (อาสาศิลปิน) เปิดใจถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่สุดสะเทือนใจ ในการร่วมแต่งหน้าให้กับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์เมื่อวันที่ 14 ที่ผ่านมา โดยเธอและทีมงานได้ร่วมกันทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถรวมทั้งหมด 9 เคส เพื่อส่งดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว
“ไข่มุก” เปิดเผยถึงขั้นตอนและเทคนิคการทำงานร่วมกับร่างผู้ล่วงลับว่า สำหรับร่างในเคสปกติทั่วไปที่ไม่ได้ถูกไฟไหม้ เจ้าตัวจะตั้งใจแต่งหน้าให้ออกมาสวยงามและดูดีที่สุดเหมือนคนนอนหลับปกติ โดยเฉพาะเคสสุดท้ายก่อนกลับบ้านซึ่งเป็นร่างของ "พี่บรีส" นักร้อง "วงทศกัณฐ์" ในคืนเกิดเหตุ ตนได้ตั้งใจแต่งหน้าให้ตามแบบที่เห็นในโซเชียล มีการแต่งคิ้ว ตา ติดขนตา และใส่กลิตเตอร์ให้ เนื่องจากตนเองก็เป็นนักดนตรีเช่นกัน จึงอยากให้ร่างออกมาดูดีที่สุด ส่วนร่างที่ได้รับความเสียหายจากไฟไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งมีความยากลำบากสูง หลังจากที่ตนเดินทางกลับแล้ว ได้มีพี่อาสาศิลปินท่านอื่นที่เป็นผู้เชี่ยวชาญมารับหน้าที่ดูแลต่อร่วมกับทีมอาสาอีกประมาณ 3 เคส
นอกจากนี้ “ไข่มุก” ยังได้แชร์เทคนิคเฉพาะทางในการแก้ไขผิวร่างที่ผ่านการฉีดฟอร์มาลีน ซึ่งจะมีลักษณะพื้นผิวที่ลื่นคล้ายกับการทาตัวด้วยน้ำมัน ทำให้เนื้อรองพื้นปาดไม่ติดผิว โดยตนแก้ปัญหาด้วยเทคนิค “การลงแป้งก่อนเป็นอันดับแรก” จากนั้นจึงค่อยลงรองพื้นทับอีกรอบ เพื่อให้ผิวหน้าเนียนเรียบและสามารถแต่งหน้าได้สำเร็จ ทั้งนี้ ในระหว่างการปฏิบัติงาน ตนจะคอยพูดคุยข้างหูของทุกร่างอยู่ตลอดเวลา เพื่อบอกให้ดวงวิญญาณกลับบ้านตามกลิ่นธูปและตามเสียงไป เพราะญาติ ๆ มารอรับแล้ว พร้อมอวยพรให้ทุกดวงวิญญาณไปสู่สุคติ
แม้จะทำงานในฐานะอาสากู้ภัยมานานถึง 11 ปี และพบเจอศพมามากมาย แต่ “ไข่มุก” ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สภาพจิตใจของตนดิ่งและหดหู่เป็นอย่างมาก จนต้องกลับมาร้องไห้ที่บ้านจนตาปูด โดยระบุว่าต้องกลั้นน้ำตาตลอดเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะตอนที่เห็นร่างของพี่มือกลองที่ไม่สามารถแต่งหน้าให้ได้แล้วเนื่องจากถูกไฟไหม้ 100% ทำให้เธอต้องแอบไปยืนร้องไห้อยู่ด้านหลัง เพราะสะท้อนใจว่าตนเองและเพื่อนๆ ต่างก็ทำอาชีพนักดนตรีเช่นกัน หากเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนใกล้ชิดคงหัวใจสลายไม่ต่างกัน
เหตุการณ์ดังกล่าวยังไปสะท้อนภาพจำในอดีต (Flashback) ในวัยเด็กของตน ที่เคยสูญเสียแฟนคนแรกและต้องไปดูศพทั้งน้ำตา ประสบการณ์การเป็นญาติผู้สูญเสียมาก่อน ทำให้ตนเข้าใจความรู้สึกเจ็บปวดของครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้เป็นอย่างดี ส่วนในเรื่องสิ่งลี้ลับ “ไข่มุก” เผยว่าทำงานตรงนี้มา 11 ปี มักจะโดนวิญญาณตามอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว ในวันนั้นจึงได้บอกกล่าวกับทุกดวงวิญญาณรวมถึงร่างอื่น ๆ ที่กำลังชันสูตรอยู่ว่า วันนี้ตั้งใจมาช่วยจริง ๆ ขอให้ทุกคนไปสู่สุคติ
สุดท้าย “ไข่มุก” ได้ฝากอุทาหรณ์เตือนภัยสังคม อยากให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยเวลาไปท่องเที่ยว โดยคอยระแวดระวังและมองหาทางหนีทีไล่เอาไว้เสมอเพื่อเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งแสดงความเห็นใจเพื่อนร่วมอาชีพนักดนตรีและนักท่องเที่ยว และขอส่งกำลังใจให้ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกคนให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และอยากให้ออกมาใช้ชีวิตต่อแทนคนที่เสียชีวิตไปอย่างมีความสุขและปลอดภัยที่สุด เพราะเชื่อว่าคนที่ล่วงลับไปแล้วก็คงอยากเห็นคนที่ตัวเองรักเดินหน้าต่อไปได้เช่นกัน
Advertisement