
วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว กลับมาสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่อีกครั้ง หลังพบความเคลื่อนไหวของกำลังทหารกัมพูชาที่นำรถแบ็กโฮและเครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินการขุดคูสนาม และก่อสร้างแนวป้องกันลักษณะคล้ายบังเกอร์ประชิดแนวชายแดนไทย โดยบางจุดอยู่ห่างจากแนวรั้วลวดหนามของฝั่งไทยไม่ถึง 20 เมตร
จากการติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ พบว่าการก่อสร้างดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการขุดหลุมหรือจัดทำที่กำบังชั่วคราว แต่เป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดแนวพื้นที่ชายแดนบริเวณบ้านหนองจาน โดยมีการใช้รถแบ็กโฮ รถตัก และเครื่องจักรกลหนักเข้าปรับพื้นที่ ขุดคูสนาม และสร้างแนวป้องกัน ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจากฝั่งไทย
แหล่งข่าวในพื้นที่เปิดเผยว่า เดิมทีฝ่ายกัมพูชามีการเสริมความแข็งแรงของฐานที่มั่นและขุดบังเกอร์อยู่บริเวณด้านหลังแนวถนน K-5 ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในเขตพื้นที่ของกัมพูชา แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดพบว่ามีการขยับแนวการก่อสร้างเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยบางจุดอยู่ประชิดแนวรั้วลวดหนามของไทยในระยะไม่ถึง 20 เมตร
พื้นที่บ้านหนองจานถือเป็นหนึ่งในจุดอ่อนไหวตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เนื่องจากในอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเข้ายึดครองและใช้เป็นที่พักอาศัยของประชาชนมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ก่อนที่ฝ่ายไทยจะสามารถเข้าควบคุมและทวงคืนพื้นที่กลับมาได้ภายหลังเหตุการณ์ปะทะที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่แห่งนี้ยังคงมีความสำคัญในมิติด้านความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศ หลังจากสามารถยึดคืนพื้นที่ได้ หน่วยงานความมั่นคงของไทยได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวด มีการติดตั้งแนวรั้วลวดหนาม วางตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวกั้นตลอดแนวชายแดน รวมถึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการรุกล้ำและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของฝ่ายกัมพูชาเกิดขึ้นภายหลังจากที่ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับพื้นที่ชายแดน พร้อมกล่าวถึงพื้นที่หนองจานและหนองหญ้าแก้ว จนทำให้การนำเครื่องจักรหนักเข้ามาขุดคูและก่อสร้างบังเกอร์ในครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษจากทั้งฝ่ายความมั่นคงและประชาชนในพื้นที่
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนหลายรายยอมรับว่า เริ่มรู้สึกวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากลักษณะการก่อสร้างแนวป้องกันของฝ่ายกัมพูชาครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะเป็นการขยับเข้ามาใกล้แนวชายแดนไทยมากขึ้น และดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดแนวพื้นที่ ประชาชนบางส่วนมองว่า การขุดบังเกอร์ประชิดแนวชายแดนอาจเป็นเพียงการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงของฝ่ายกัมพูชา แต่ขณะเดียวกันก็มีความกังวลว่าอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น และอาจนำไปสู่เหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองประเทศได้ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวของกำลังทหารและเครื่องจักรกลหนักของฝ่ายกัมพูชาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดกำลังลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานเหตุปะทะหรือการเผชิญหน้าระหว่างกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด แต่ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นได้สร้างความสนใจและความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยหลายฝ่ายยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
Advertisement