Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สีหศักดิ์ เผย ไทยส่งชื่อ 2 ผู้ประนอม UNCLOS ให้กัมพูชาแล้ว

สีหศักดิ์ เผย ไทยส่งชื่อ 2 ผู้ประนอม UNCLOS ให้กัมพูชาแล้ว

19 มิ.ย. 69
18:51 น.
แชร์

สีหศักดิ์ เผย ไทยส่งชื่อ 2 ผู้ประนอม UNCLOS ให้กัมพูชาแล้ว คาดได้ประธานใน 1 เดือน ลุยถกปมเขตแดน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการดำเนินการหลังฝ่ายไทย และกัมพูชา ตั้งคณะเจรจา และผู้ประนอมภาคบังคับ ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ว่า กระบวนการประนอมภาคบังคับ คิดว่าเราไม่ต้องเป็นกังวล ซึ่งเหตุผลที่ไทยเข้าร่วมในกระบวนการ เรื่องแรกเนื่องจากหากไม่เข้าร่วม แต่กระบวนการนี้ยังเดินหน้าต่อไป และสหประชาชาติจะเป็นผู้แต่งตั้งผู้ประนอมที่เราไม่รู้จัก แทนประเทศไทย

ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวจะไม่มีคำพิพากษา แต่จะเป็นคำแนะนำ แนวทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเขตแดนทางทะเล ส่วนจะปฏิบัติอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละประเทศ โดยต้องนำไปสู่การเจรจาระหว่างไทย และกัมพูชา ต่อไป พร้อมย้ำว่า คณะประนอมภาคบังคับนี้ไม่ใช่ศาลระหว่างประเทศ ซึ่งขอบเขตของการประนอม มีข้อจำกัดในเรื่องการกำหนดอาณาเขตทางทะเล และไหล่ทวีป ส่วนการพัฒนาร่วมในบริเวณเขตทับซ้อนจะเป็นเรื่องหลังจากนี้ เพราะถ้าสามารถกำหนดเขตแดนทางทะเลได้อย่างชัดเจน อาจจะไม่มีปัญหาเรื่องเขตทับซ้อน หรือ มีน้อยมาก พร้อมย้ำว่า ไทยมุ่งปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงขั้นตอนดำเนินการหลังจากนี้ ว่า จะมีการคัดเลือกผู้ประนอมคนที่ 5 เพื่อทำหน้าที่ประธานโดยคณะผู้ประนอมที่ได้รับการสรรหา และแต่งตั้งโดยฝ่ายไทย และกัมพูชา ซึ่งการคัดเลือกคนที่ 5 ดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ก่อนทั้งคณะจะพูดคุยตกลงกันถึงแนวทางการทำงานต่อไป ซึ่งเมื่อได้ข้อตกลงแนวการทำงานแล้วก็จะต้องพูดคุยกับไทย และกัมพูชา ขณะเดียวกัน ผู้ประนอมทั้ง 5 คน จะพูดคุยถึงปัญหา และแนวทางการแก้ไข ซึ่งอาจจะใช้ประสบการณ์จากกรณีของติมอร์-เลสเต และออสเตรเลีย โดยผลลัพธ์ที่จะออกมาจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี และหากยังไม่สามารถระงับข้อพิพาทได้อย่างสมบูรณ์ ก็ยังคงต้องพูดคุยกันต่อ เพื่อให้สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในที่สุด

ส่วนผู้ประนอมคนที่ 5 จะไม่มีข้อกังขาเรื่องความเป็นกลางใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คณะผู้ประนอมทั้ง 4 คน ที่ฝ่ายไทยตั้ง 2 คน และที่ฝ่ายกัมพูชาตั้งอีก 2 คน จะหาคนที่เป็นกลางที่สุด โดยทุกคนจะมีประสบการณ์ในเรื่องของกฎหมายทะเลมากพอสมควร รวมถึง ผลลัพธ์จากการทำงานจะต้องน่าเชื่อถือได้ ซึ่งเชื่อว่า นักกฎหมายย่อมคิดถึงสิ่งเหล่านี้

ขณะที่คุณลักษณะ และความเหมาะสมของผู้ประนอมคนที่ 5 ต้องเป็นอย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ มีประสบการณ์ ที่สำคัญคือเรื่องความเที่ยงธรรม ซึ่งก็ต้องมาดูในเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเล ที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างนั้น ในแง่กฎหมายระหว่างประเทศมีความถูกต้องหรือไม่ เช่นเดียวกับสิ่งที่คนไทยกังวล เรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลที่ลากผ่านเกาะกูดนั้น ก็ต้องมาดูว่าภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศนั้นควรจะเป็นอย่างไร โดยคณะทำงานดังกล่าวจะต้องพิจารณาบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายทางทะเล

ส่วนประเมินท่าทีของกัมพูชาอย่างไรบ้าง หลังกัมพูชาอยากคุยเรื่องผลประโยชน์ก่อนการแบ่งเขตแดนทางทะเล นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นั่นเป็นท่าทีของกัมพูชา แต่ไทยยึดหลัก ว่า จะพูดคุยเรื่องเขตแดนทางทะเลให้เรียบร้อยก่อน เพราะอยากให้อำนาจหน้าที่ของคณะประนอมภาคบังคับจำกัดเฉพาะเรื่องเขตแดนทางทะเลเท่านั้น

สำหรับการเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ จะนำไปสู่การยุติข้อพิพาทหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะมีคำแนะนำเสนอมาจากคณะประนอม และต้องมาดูกันว่า แนวทางที่เสนอแนะนั้นเป็นอย่างไร ยอมรับได้หรือไม่ ตรงกับผลประโยชน์ของประเทศไทย และหลักกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ซึ่งยังต้องไปพูดคุยกันอีกครั้ง หากพูดคุยกันรู้เรื่องก็จะเป็นการนำไปสู่ข้อตกลงระหว่างไทย และกัมพูชา แต่กระบวนการนี้ไทยคำนึงตลอดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ว่าเราต้องรักษาปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทย

ทั้งนี้ หากกัมพูชาไม่ยอมรับ หรือ ไม่ดำเนินการตามคำแนะนำ จะดำเนินการต่ออย่างไร นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาคงค้างอยู่ตรงนั้น ซึ่งสิ่งที่กัมพูชาอยากได้ ทั้งแหล่งพลังงาน และทรัพยากร คงต้องถูกระงับไว้ก่อน โดยสิ่งที่ไทยเสนอตั้งแต่แรก คือ การยกเลิก MOU 2544 เพราะไม่มีความคืบหน้า จึงอยากเริ่มต้นใหม่ อยากเจรจาสองฝ่ายภายใต้บรรยากาศของความเป็นเพื่อนบ้านกัน และภายใต้ UNCLOS ทำไมถึงไม่ลองเปิดโอกาสให้มีเจรจากันก่อนไปสู่กระบวนการอื่น เพราะท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายต้องมานั่งพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้สิ่งที่สามารถตกลงกันได้เร็วกว่านี้ต้องเลื่อนออกไปอีก แต่ขอให้มั่นใจว่า กระบวนการดังกล่าวเราไม่ต้องกังวล เพราะเป็นการให้แนวทางการแก้ไขปัญหา โดยต้องกลับไปพิจารณาให้ดี แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็คือตกลงกันไม่ได้ คงต้องมาดูอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ส่วนจะส่งผลต่อการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกันหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ในการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย และกัมพูชานั้น จะเป็นการเริ่มกระบวนการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อนำไปสู่การฟื้นฟูความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการที่กัมพูชาปิดประตูสำหรับการพูดคุยสองฝ่ายก็มีผลกระทบต่อการสร้างบรรยากาศการไว้เนื้อเชื่อใจ รวมถึง กระทบต่อการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ ความร่วมมือชายแดนต่าง ๆ เพราะตกลงกันแล้วว่าจะใช้การพูดคุยกันโดยตรงในทุกเรื่องก่อนไปสู่เรื่องอาณาเขตทางทะเล หรือ กลไกอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม วันนี้ 19 มิถุนายน ไทยได้แจ้งรายชื่อ 2 ผู้ประนอมภาคบังคับที่ฝ่ายไทยตั้งให้กับกัมพูชาทราบอย่างเป็นทางการด้วยแล้ว

Advertisement

แชร์
สีหศักดิ์ เผย ไทยส่งชื่อ 2 ผู้ประนอม UNCLOS ให้กัมพูชาแล้ว