
เมื่อเวลา 15.00 น. (31 พ.ค. 2569) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งความเดือดร้อนจากชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เขตเทศบาลเมืองมะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง หลังเกิดเหตุฝนตกต่อเนื่องอย่างหนักเมื่อวานนี้ ส่งผลให้น้ำฝนและดินโคลนไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก โครงสร้างบ้านบางหลังเกิดการทรุดตัว ถนนในหมู่บ้านแตกร้าวและถูกดินดันจนนูนขึ้นมาตรงกลางตลอดแนว โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือ บริเวณซอย 6 ซึ่งมีบ้านเรือนพักอาศัยอยู่ทั้งหมด 14 หลัง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเสียหาย พบว่าถนนคอนกรีตภายในหมู่บ้านเกิดรอยแยกและทรุดตัวอย่างรุนแรง สภาพถนนแตกออก และดันตัวขึ้นมาจนนูนหนาคล้ายหลังคาบ้านอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ พื้นกระเบื้องบริเวณลานจอดรถและตัวบ้านของประชาชนยังถูกแรงดันจน เป็นรอยร้าว จนชาวบ้านหวั่นเกรงว่าจะกระทบต่อโครงสร้างหลักของที่อยู่อาศัย
นางสุทธินันท์ อายุ 64 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เล่าเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนกว่า เมื่อวานนี้มีฝนตกหนักลงมาเพียง 10 นาที น้ำก็เริ่มไหลทะลักตามแนวกำแพงและไหลเข้าท่วมตัวบ้านอย่างรวดเร็ว ตนพยายามจะยกที่นอนหนีน้ำ แต่จังหวะนั้นเกิดลื่นล้มหน้าคะมำและถูกที่นอนล้มทับซ้ำ พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดออกมา ซึ่งขณะนั้นลูกชายออกไปทำงาน
ชาวบ้านทุกคนเคยลงชื่อออกจากนิติบุคคลเพื่อให้กรรมการหมู่บ้านดูแล แต่ต่อมากรรมการก็หายตัวไปเช่นกัน
ที่ผ่านมาแม้ฝนตกจะมีน้ำซึมตามกำแพงบ้าง แต่ไม่เคยรุนแรงเท่าปีนี้ ชาวบ้านเคยทำเรื่องร้องเรียนและลงชื่อส่งไปยังเทศบาลหลายครั้ง ทางประชุมกับผู้ใหญ่บ้านทางเข้าไปเขียนคำร้องเองกับทางเทศบาล แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ จนกระทั่งวันนี้ฝนตก เกิดน้ำทะลักเข้าบ้านประชาชน
ด้านลูกชายนางสุทธินันท์ กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่าน้ำท่วมบ้านและแม่เกิดอุบัติเหตุล้มทับ ตนรู้สึกตกใจและเป็นห่วงแม่มาก จึงรีบลางานกลับมาทันที แต่เมื่อมาถึงน้ำก็ท่วมบ้านหมดแล้ว
บ้านหลังนี้ตนตั้งใจซื้อมาได้ 8 ปี เพื่อให้แม่ได้อยู่อย่างสบาย และพยายามต่อสู้ร้องเรียนเรื่องนี้มาตลอด เพราะใต้พื้นบ้านเริ่มเป็นโพรง ถนนเริ่มร้าว และน้ำซึมทุกครั้งที่ฝนตก แต่ครั้งนี้หนักที่สุด อยากให้ทางเทศบาลเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง
ขณะที่ชาวบ้านรายอื่นๆ ในซอย 6 ต่างพาผู้สื่อข่าวเดินดูจุดที่บ้านเอียงและถนนพัง พร้อมเปิดเผยว่า น้ำมาเร็วมากจนเก็บของหนีไม่ทัน ตอนนี้กังวลเรื่องโครงสร้างบ้านว่าจะถล่มลงมาหรือไม่ ส่วนเรื่องเงินเยียวยาจากผู้รับเหมาปรับพื้นที่ข้างเคียงนั้น ชาวบ้านไม่ได้เรียกร้องเงิน แต่ต้องการให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาระยะยาว เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่มีใครกล้านอนหลับสนิท เนื่องจากหวาดผวาว่าฝนจะตกและน้ำจะหลากมาอีก และอยากให้หน่วยงานใดก็ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังเนื่องจาก เจ้าของหมู่บ้านหายตัว ไปเลยไม่มารับผิดชอบใดๆ
นายสุชาติ ทุยาวัตร รองนายกเทศมนตรีเมืองมะขามคู่ ได้เดินทางลงพื้นที่มาพบปะชาวบ้านพร้อมชี้แจงว่า ทางเทศบาลรับทราบปัญหาของหมู่บ้านนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ที่ผ่านมาติดขัดข้อกฎหมาย เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้สร้างมายังไม่ครบ 10 ปี และนิติบุคคลก็หายไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น เทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยล้างทำความสะอาดบ้านเรือนตั้งแต่เมื่อวาน และในเย็นวันนี้ได้ประสานงานกับผู้รับเหมาในพื้นที่ข้างเคียง เพื่อหาแนวทางเยียวยาและช่วยเหลือชาวบ้าน
เบื้องต้นจะให้ช่างเข้ามายาแนวกำแพงที่แตกร้าวเพื่อสกัดกั้นไม่ให้น้ำไหลซึมเข้ามาอีกเมื่อฝนตก และขุดร่องน้ำขอพื้นที่ข้างเคียงให้น้ำได้ไหลผ่านออกไปยังท่อระบายน้ำด้านหน้าถนน
สำหรับข้อสงสัยของชาวบ้านเรื่องพื้นที่ข้างเคียง รองนายกเทศมนตรีเมืองมะขามคู่ ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีการถมดินเพิ่มแต่อย่างใด แต่เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นทางลาดเอียง เจ้าของที่จึงเข้ามาปรับระดับพื้นที่ โดยจุดที่มีการปรับดินห่างจากรั้วหมู่บ้านประมาณ 20 เมตร แต่เมื่อฝนตกหนัก น้ำจึงได้ชะล้างดินโคลนไหลทะลักเข้ามาตามความลาดชัน
หลังจากนี้ทางเทศบาลจะเร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาข้อกฎหมาย ว่าจะสามารถจัดสรรงบประมาณจากภาษีประชาชนมาเยียวยาและก่อสร้างระบบป้องกันถาวรได้อย่างไร เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด
Advertisement