
(28 พ.ค. 2569) เวลา 12.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้ง 71 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 28 พ.ค. - 1 มิ.ย. 2569 สั่งการให้จังหวัดติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบล่วงหน้า รวมถึงจัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนทันทีที่เกิดภัย โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออกเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรง บริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 1 (79/2569) ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 ภาคใต้ และภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหน้ามากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 29 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับแนวร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2569 แยกป็น
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม
ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และจังหวัดอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี
ภาคกลาง 25 จังหวัด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรปราการ
ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล
พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ได้แก่ จ.ระนอง (อ.เมืองระนอง สุขสำราญ และ อ.กะเปอร์) จ.พังงา (อ.เกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และ อ.คุระบุรี) และ จ.ภูเก็ต (ทุกอำเภอ)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสานแจ้ง 71 จังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทั่วประเทศ ให้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและให้เตรียมความพร้อมรับมือ โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องในระยะนี้ พร้อมจัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อเผชิญเหตุและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วมบ่อยครั้งให้เร่งระบายน้ำออก เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ถ้ำน้ำตก ถ้ำลอด หากมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นไม่ให้บุคคลเข้าพื้นที่ กรณีที่มีคลื่นลมแรง ขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศหรือติดตั้งสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณชายฝั่งทะเลห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำโดยเด็ดขาด และให้แจ้งชาวเรือ ผู้บังคับเรือ และผู้ประกอบการเดินเรือโดยสารเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงให้พิจารณาห้ามเดินเรือเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัย และช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีประกาศแจ้งเตือนขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางราชการอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ สามารถ ประกาศติดตามข่าวสารแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน "THA DISASTER ALERT" และแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือทางไลน์ "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป
Advertisement