
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้กล่าวว่า เกิดเหตุไฟไหม้และระเบิดขึ้นบนเรือที่ดำเนินการโดยบริษัทขนส่งสินค้า HMM (011200.KS) ของเกาหลีใต้ ซึ่งไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้
"โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า อิหร่านยิงใส่เรือบรรทุกสินค้าของเกาหลีใต้และเป้าหมายอื่นๆ ขณะที่ สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือเดินทะเลผ่านได้ โดยเขาได้กระตุ้นให้เกาหลีใต้เข้าร่วมในความพยายามดังกล่าว
ด้านโฆษกของ HMM กล่าวว่า ไฟไหม้เกิดขึ้นในห้องเครื่องยนต์ของเรือบรรทุกสินค้าที่จดทะเบียนในปานามา ซึ่งมีลูกเรือ 24 คน รวมถึงชาวเกาหลี 6 คนอยู่บนเรือ และเสริมว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ชัดเจนและอยู่ระหว่างการสอบสวน
"ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าไฟได้ดับลงแล้ว และอาจต้องใช้เวลาหลายวันในการลากเรือไปยังดูไบ" โฆษกฯ กล่าว
ทั้งนี้มีรายงานว่า เรือพาณิชย์จำนวนหนึ่งถูกโจมตี และท่าเรือน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เกิดเพลิงไหม้หลังจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะที่ความพยายามของ "ทรัมป์" ในการใช้กองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางให้เรือเดินทะเลผ่านได้ก่อให้เกิดการยกระดับสงครามครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อสี่สัปดาห์ก่อน
"นอกจากเรือของเกาหลีใต้แล้ว ณ ขณะนี้ ยังไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นในช่องแคบ" ทรัมป์ กล่าวในโพสต์บน Truth Social
สำนักข่าว Yonhap รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังตรวจสอบข่าวกรองที่ว่าเรือ HMM Namu อาจถูกโจมตี
โดยกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้กล่าวในแถลงการณ์ว่า "รัฐบาลของเราจะสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับประเทศที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัยของเรือและลูกเรือของเราภายในช่องแคบฮอร์มุซ"
ทั้งนี้เรือที่ติดธงเกาหลีใต้ 26 ลำติดอยู่ที่นั่น ซึ่งโฆษกฯ ของ HMM กล่าวว่าเรือบรรทุกสินค้าทั่วไปขนาด 35,000 ตันไม่ได้บรรทุกอะไรเลย
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังโพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า อาจถึงเวลาแล้วที่เกาหลีใต้ควรเข้าร่วมความพยายามใหม่ของเขาเพื่อช่วยนำทางเรือที่ติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
โดยก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้เคยกล่าวว่าจะพิจารณาอย่างรอบคอบต่อคำเรียกร้องของทรัมป์ ที่ให้ประเทศต่างๆ ส่งเรือรบไปจัดตั้งพันธมิตรเพื่อรับประกันการผ่านเข้าออกอย่างปลอดภัย พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติ
Advertisement