
จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชบา แก้ว” ที่ได้โพสต์คลิปรับหนุ่มเดินเท้าจากสถานีรถไฟราชบุรี เพื่อไปหาลูกชายที่วัดใหม่สี่หมื่น พร้อมเขียนข้อความโพสต์ไว้ว่า “เราเห็นพี่คนนี้เดินมาอยู่พักนึง เลยไปซื้อบะหมี่กับขนมและน้ำให้เขาเลยสงสัยถามว่าพี่เขากำลังจะเดินไปไหน แล้วนี่คือคำตอบของพี่เขาเขานั่งรถไฟจากใต้มาราชบุรี และพยายามเดินเท้าเปล่าจากในสถานีรถไฟไปวัดใหม่สี่หมื่น ที่อำเภอดำเนินสะดวก เพื่อจะตามหาลูกชาย เราเลยอาสาไปส่ง แล้วสิ่งที่เห็นตามคลิปเลย น้ำตาไหล #วัดใหม่สี่หมื่น” โดยคลิปดังกล่าวกลับกลายเป็นที่น่าสนใจของชาวโซลเชียล มียอดผู้ชมจำนวน 12 ล้านวิว และ มีการแชร์ไปกว่า 4.9 หมื่นครั้ง กดถูกไปกว่า 4.9 แสน ครั้ง
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับเจ้าของคลิปคือ น.ส.ช่อผกา วังเย็น เล่าให้ฟังว่า พอดีขับรถกลับมาจากทำงาน เจอพี่เขาเวลาประมาณ 17.30 น. เดินผ่านหน้าบ้านบริเวณ 3 แยกบ้านไร่-วัดเพลง เห็นพี่เขาเดินอยู่ข้างทาง เขาก็ก้มหน้าก้มตาเดิน จนเดินถึงหน้าบ้านก็เลยเข้าไปถามร้านค้าตรงหน้าบ้านจนทราบว่าพี่ผู้ชายเขามาถามทางที่จะไปดำเนิน ซึ่งตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไร คิดว่าเขาเดี๋ยวคงจะมีเพื่อนเขามารับ จนตนออกไปตลาดนัดแล้วขากลับมา เจอเขายังก้มหน้าก้มตาเดินอยู่ ด้วยความที่ตนเองสงสารเขา คิดว่าเดี๋ยวจะซื้อบะหมี่กับขนมแล้วก็น้ำให้เขาไปกิน ระหว่างเดิน พร้อมทั้ง ถามเขาว่า “พี่จะเดินไปไหน” ซึ่งพี่เขาบอกว่า “ผมจะไป ดำเนินครับ” แล้วตนก็เลยถามว่า อ้าวแล้วพี่ทำไมไม่ติดต่อให้ญาติมารับ เขาบอกว่าเขาไม่มีโทรศัพท์ เขาไม่มีตังค์ แล้วเขาก็บอกว่า “เดี๋ยวผมเดินไปครับ” ตนก็เลยบอกเขาว่า งั้นพี่เจอรถใครพี่ก็บอกนะ พี่ก็บอกว่าไม่กล้าบอก แล้วตอนนั้นตนก็เลยคิดว่าเอายังไงดี จึงเดินทางกลับมาบ้านก่อน มาคุยกับแฟนว่า “ตนเองเจอพี่เขาเดินมาจากสถานีรถไฟ จะไปตามหาลูกที่ดำเนิน” แฟนก็เลยบอกว่า “อ่ะป่ะงั้นเราไปส่งเขา” แล้วพอไปก็เลยถามพี่เขาว่า พี่จะไปไหน และได้รับคำตอบว่า “จะไปวัดใหม่สี่หมื่น จะไปตามหาลูก” แล้วตนก็ถามพี่เขาไปว่า อ้าว แล้วพี่เดินมายังไง เขาบอกว่า เขานั่งรถไฟมาจากใต้ มาลงที่สถานีรถไฟ ก่อนจะเดินจากสถานีรถไฟมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าบ้านของตนเอง"
คุณช่อผกา เล่าต่อว่า ตอนมาถึงที่วัดเห็นตามภาพ ในตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไรเลย คือลูกสาวก็แค่ถ่ายไว้ว่า เราช่วยเหลือเขาจริงๆ นะ กลัวแบบว่า ตอนนี้การที่เราจะช่วยเหลือใครเราก็ต้องมีหลักฐาน ว่าเราช่วยเหลือจริง เราช่วยเหลือนะ เรากลัวว่าแบบจะเจอแบบพวกมิจฉาชีพอะไรแบบนี้ ก็เลยแค่ถ่ายไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ “พอไปถึงวัดเขาโดดลงจากรถได้และจังหวะเดียวกับที่ตนเองลงจากรถ พี่เขาก็ก้มกราบทั้งน้ำตา ตนก็ร้องออกมาเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่ร้องไห้ แล้วจังหวะที่เขาเจอลูกเขาอีก มันยิ่งทำให้หนูแบบ ร้องไห้หนักเลย คือลูกเขาก็วิ่งเข้ามากอด บอก “พ่อครับๆ แบบคือตามภาพเลย"
ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจเรื่องราวมากขนาดนี้ ไม่คิดว่าคนจะแชร์เยอะ ตนก็แค่ลงไว้ว่า พ่อคนหนึ่งตามหาลูก แบบว่า เดินมาเพื่อที่จะไปหาลูก ตนก็นับถือเขาว่า เดินตามหาลูก ก็ไม่คิดว่าคนจะแชร์เยอะขนาดนี้ แต่บางมุมก็มองว่า เขาเป็นคนแบบอย่างงี้ อย่างงั้น อย่างนู้น คือ ณ ตอนนั้น คือเราไม่รู้หรอกค่ะว่าเขาเป็นใครมาจากไหน แต่ที่เรารู้คือแบบว่าเราอยากจะช่วยเหลือเขา อยากให้เขาไปเจอลูกจริงๆ เพราะว่า ณ เวลานั้นเห็นเขาแล้วคือสงสารเขาแค่นั้นเอง ไม่ได้คิดว่ามันจะมีบางคอมเมนต์เขาเป็นคนอย่างงั้น เป็นคนอย่างงี้ คือแบบ คนเราก็ให้โอกาสกันได้ ในเมื่อถ้าเราให้โอกาสแล้วถ้าเขายังไม่ดีก็ปล่อยเขาไป และถ้าหากเป็นพี่เขาเป็นอย่างที่เขาว่าจริง ตนก็อยากให้เขากลับเนื้อ กลับตัวแล้วก็เป็นคนดี ตนก็สงสารลูกพี่เขา ไม่อยากให้ลูกอยู่อีกทางหนึ่ง พ่ออยู่อีกทางหนึ่ง สงสารเด็ก
ซึ่งต่อผู้สื่อข่าวได้ไปพูดคุยกับชายคนดังกล่าวทราบชื่อคือ นายนันทพงศ์ อายุ 35 ปี ชาวอำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นชายในคลิปเล่าอย่างเปิดอกให้ฟังว่า
ตนเดินเท้าข้ามจังหวัดตามหาลูกชายที่วัดใหม่สี่หมื่น ยอมรับจุดเริ่มต้นเกิดจากการมีปัญหากับพ่อเลี้ยงจนไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านได้ จึงต้องออกมาหางานทำโดยไปรับจ้างในไร่สับปะรด แต่ด้วยความที่ขาดการติดต่อและไม่ทราบข่าวคราวของลูกชายที่ห่างกันไปนานเกือบ 5 เดือน เขาพยายามติดต่อหาแม่แต่กลับถูกบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ทำให้เกิดความกังวลใจและตัดสินใจออกตามหาลูกชาย โดยสืบค้นข้อมูลจนทราบว่าลูกชายอยู่ที่ "วัดใหม่สี่หมื่น" จังหวัดราชบุรี เดินทางด้วยเงินติดตัวเพียง 50 กว่าบาท ตัดสินใจนั่งรถไฟจากสถานีปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาลงที่สถานีรถไฟราชบุรี โดยเหลือเงินเพียง 20 กว่าบาทสำหรับซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำประทังชีวิต
จากนั้นจึงอาศัยการค้นหาเส้นทางและเดินเท้าไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เช้า แม้จะหลงทางและเหนื่อยล้า แต่ความหวังที่จะได้เห็นหน้าลูกเป็นแรงผลักดันให้เขาเดินต่อไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. เขาได้พบกับ "คุณชบา" พลเมืองดีที่สังเกตเห็นและได้ให้ความช่วยเหลือพาไปส่งจนถึงวัด เมื่อเดินทางมาถึงวัดและได้พบหน้าลูกชาย ชายหนุ่มถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขากล่าวว่า วินาทีแรกที่เห็นหน้าลูกรู้สึกดีใจมากจนพูดไม่ออก เพราะก่อนหน้านี้แทบหมดหวังและไม่รู้จะทำอย่างไรหากมาแล้วไม่พบลูก
และยังได้เปิดเผยถึงอดีตที่เคยผิดพลาด โดยยอมรับว่าเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนต้องโทษจำคุก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ครอบครัวมีปัญหาและต้องพรากจากลูก ปัจจุบันเขาได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและตั้งใจจะกลับตัวเป็นคนดี เขาตัดสินใจที่จะยังไม่รับลูกกลับไปเลี้ยงดูในตอนนี้ เนื่องจากยังไม่มีความพร้อมทั้งเรื่องที่อยู่อาศัยและทุนทรัพย์ โดยเชื่อมั่นว่าการให้ลูกอยู่ในการดูแลของหลวงพ่อที่วัดใหม่สี่หมื่น จะทำให้ลูกได้รับการดูแลที่ดี มีระเบียบวินัย ได้รับการศึกษา และมีอนาคตที่สดใส กว่าการไปลำบากกับตนเอง พร้อมกล่าวขอบคุณหลวงพ่อวัดใหม่สี่หมื่นอย่างสุดซึ้งที่เมตตารับอุปการะลูกชาย รวมถึงขอบคุณ "คุณชบา" พลเมืองดีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ซื้ออาหารให้กิน และพาส่งถึงวัดในยามที่เขาลำบากและมืดมนที่สุด
ด้านพระครูโสภณณ์จันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่นราชบุรี เปิดเผยว่า เด็กชายในคลิปคือ "น้องออโต้" ซึ่งทางญาติ (คุณย่า) ได้นำมาฝากไว้ให้ทางวัดดูแลเมื่อประมาณ 7-8 เดือนก่อนหน้านี้ ในช่วงแรกที่มาถึง น้องออโต้ มีพัฒนาการที่ค่อนข้างช้า แต่ทางวัดได้ให้การดูแลอย่างดี มีที่หลับที่นอน อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ และได้ส่งเสียให้เรียนหนังสือ จนปัจจุบันน้องออโต้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ร่าเริงแจ่มใส มีเพื่อนเล่น และมีสุขภาพแข็งแรง และทันทีที่ชายคนดังกล่าวลงจากรถและบอกว่าเป็นพ่อน้องออโต้ จึงได้ให้คนไปตามเด็กมา ในตอนแรกน้องออโต้ ยังไม่ทราบว่าใครมาหา แต่ทันทีที่เห็นหน้าพ่อ เด็กชายก็ตะโกนเรียก "พ่อ พ่อ" และวิ่งโผเข้ากอดกันร้องไห้โฮ เป็นภาพที่สะเทือนอารมณ์จนหลวงพ่อเองก็ยอมรับว่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ถือเป็นสายใยความรักความผูกพันที่ยิ่งใหญ่ระหว่างพ่อลูกส่วนการให้ผู้เป็นพ่อรับลูกกลับไปดูแล หลวงพ่อชี้แจงว่า "ในขณะนี้ยังไม่สามารถให้รับกลับไปได้" ด้วยเหตุผล 2 ประการหลัก คือ ความพร้อมของผู้เป็นพ่อ ปัจจุบันพ่อยังไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและยังไม่มีงานทำที่มั่นคง ขั้นตอนการรับรอง เนื่องจากผู้ที่นำเด็กมาฝากไว้กับทางวัดคือ "คุณย่า" ดังนั้นหากจะรับเด็กกลับไป ต้องได้รับความยินยอมและให้คุณย่าเป็นคนมารับเท่านั้น
เบื้องต้น หลวงพ่อเตรียมจะพูดคุยกับผู้เป็นพ่ออย่างเป็นทางการ เพื่อสอบถามถึงแนวทางการใช้ชีวิต การหางานทำ และการตั้งตัว โดยทางวัดไม่ได้กีดกัน ผู้เป็นพ่อสามารถเดินทางมาเยี่ยมหาและใช้เวลาใกล้ชิดกับลูกได้ตลอดเวลา และหลวงพ่อได้ฝากข้อคิดถึงสังคมว่า อยากให้สังคมให้โอกาสคนที่เคยเดินทางผิดพลาดและต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขอให้ทุกคนดูแลครอบครัวให้ดี เพราะไม่มีความรักใดจะยิ่งใหญ่เท่ากับความรักของคนในครอบครัว
Advertisement