
วันที่ 23 ก.ย. 69 จากกรณีเหตุการณ์ระทึกใจบนทางด่วน เมื่อรถตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริต้องเร่งประสานเสียงไซเรน เพื่อขอทางให้รถกู้ชีพจากโรงพยาบาลจุฬาฯ ที่กำลังเร่งนำพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งในอาการวิกฤตกลับวัด แต่กลับต้องเจออุปสรรค เมื่อรถเก๋งคันหนึ่งขับขวางทางอยู่ช่องทางขวา และไม่ยอมหลีกทางให้
แม้เจ้าหน้าที่พยายามส่งสัญญาณมือ และเปิดไซเรนเตือน แต่รถคันดังกล่าวกลับเบี่ยงซ้ายแล้วปาดหน้าเบรกกะทันหันใส่ขบวนรถนำจนเกือบเกิดอุบัติเหตุง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะคุมสถานการณ์ไว้ได้ทัน ก่อนระดมกำลังเข้ามาช่วยเปิดทาง และขอให้คนขับเปิดกระจกตักเตือน พร้อมแจ้งความจริงให้ทราบว่าเป็นรถกู้ชีพขนย้ายผู้ป่วยวิกฤต
ทำเอาชาวเน็ตแห่แชร์คลิปและวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมดังกล่าวกันสนั่นโซเชียลถึงความไร้น้ำใจบนท้องถนน
ล่าสุดเฟซบุ๊กเพจ “ตำรวจจราจร-บก.จร. TFPD” โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า จากกรณีคลิปเหตุการณ์ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีรถเก๋งสีขาว ไม่หลบทางให้ขบวนรถตำรวจโครงการพระราชดำริ ซึ่งนำรถพยาบาลพระสงฆ์อาพาธวิกฤต บริเวณทางด่วนขั้นที่ 2 ช่วงเหนือสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.จร. และงานศูนย์ควบคุมจราจรด่วน 2 ได้เชิญผู้ขับขี่มารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินการเปรียบเทียบปรับในข้อหา “ไม่หลบทางให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ โฆษก บก.จร. ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ถูกต้องเมื่อพบรถฉุกเฉินเปิดสัญญาณไฟหรือสัญญาณเสียง เพื่อให้ประชาชนสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
เมื่อพบรถฉุกเฉิน ต้องตั้งสติ ลดความเร็ว และเปิดทางให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อน เพราะทุกวินาทีของรถฉุกเฉิน อาจหมายถึงโอกาสในการช่วยชีวิตของใครบางคน ร่วมกันสร้างวินัยจราจร เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน
Advertisement