
จากกรณี เฟซบุ๊กเพจ “ปทุมธานีนิวส์” ได้มีการลงคลิปวิดีโอ โดยมีใจความว่า “คลิปจากตำรวจหนองเสือถ่ายเอาไว้ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากรุมกระทืบชายพิการแขน และตาบอดข้างหนึ่ง หลังวัดสอนดีศรีเจริญ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ใครมีข้อมูลว่าเกิดเรื่องอะไรแจ้งเพจด้วยนะครับนั้น”
ล่าสุดวันที่ 2 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตามในคลิปที่ ซึ่งเป็นลานดินที่อยู่ติดข้าง วัดสอนดีศรีเจริญ ม.10 ต.บึงชำอ้อ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี จากการสอบถามนายกอบกุล อายุ 54 ปี ที่บ้านอยู่ติดกับสถานที่เกิดเหตุให้ข้อมูลเพียงว่า ตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดการปะทะกัน เนื่องจากเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เหตุการณ์ได้ยุติลงแล้ว และพบเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากเข้าปิดล้อมพื้นที่ พร้อมอาวุธครบมือ ทั้งอาวุธปืนยาวและปืนสั้น สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ได้ยินเพียงข้อมูลจากผู้อื่นว่า เหตุการณ์อาจมีสาเหตุมาจากการท้าทายกันภายในงานสรงน้ำที่วัดหัวช้าง ก่อนจะเกิดการไล่ติดตามกันมายังจุดที่เกิดเหตุ
อย่างไรก็ตามตนไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึก และไม่รู้จักบุคคลในทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด
ด้านนายเทียบ สืบทอง อดีตกำนันตำบลบึงชำอ้อ กล่าวว่า จากกรณีเหตุการณ์รุมทำร้ายร่างกายผู้พิการ ซึ่งมีสภาพแขนด้วน ขาพิการ และตาบอด โดยเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้บ้านตนนั้น ตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง ทราบเรื่องจากกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการนัดหมายกันก่อนหน้า ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงการล้อเล่นกันในกลุ่มเพื่อน เนื่องจากไม่รู้จักบุคคลทั้งสองฝ่าย กระทั่งมาทราบอีกครั้งในช่วงเช้าว่ามีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเย็นของวันเกิดเหตุ เมื่อกลับถึงบ้านก็ไม่พบว่ามีการพูดถึงเหตุชกต่อยดังกล่าวในพื้นที่ อีกทั้งตนไม่รู้จักคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเป็นการส่วนตัว ไม่ทราบว่ามีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อนหรือไม่ ทราบเพียงว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่บึงชำอ้อ ส่วนผู้พิการคาดว่าอาศัยอยู่บริเวณคลอง 7
ทั้งนี้ตนเองอยากให้ทั้งสองฝ่ายใช้การพูดคุยกันด้วยเหตุผล เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรง และความบาดหมาง เพราะทุกคนเป็นคนในชุมชนเดียวกัน
จากการเปิดเผยของแหล่งข่าว ซึ่งเป็นญาติกับทั้ง 2 ฝั่งที่มีเรื่องกันให้ข้อมูลว่า ทางฝั่งชายพิการมือด้วน และตาบอดนั้นชื่อว่า “ตะวัน” มีปัญหากันกับชายที่ขาขาดอีกรายชื่อว่า“เก่ง” ซึ่งมีการท้าทายกันในเฟซบุ๊ก โดยทั้งสองคนเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีการตั้งแก๊งกันในพื้นที่ และทำธุรกิจสีเทา
โดยในพื้นที่หนองเสือมีแก๊งวัยรุ่นที่อยู่ในคลอง 8 และคลอง 9 นั้นมีหลายแก๊งด้วยกัน
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ผู้ให้ข้อมูลพูดอย่างชัดเจนว่า เรื่องไม่จบง่ายง่ายแน่นอน อาจจะมีการเอาคืนกันถึงชีวิต เนื่องจากรู้นิสัยของทั้งสองคนดี
ทั้งนี้มีบุคคลรายหนึ่งได้ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลพร้อมคลิปวิดีโอพฤติกรรมของชายพิการแขนขาด และตาบอดว่า ตนเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่งก๊งที่มีปัญหากับชายพิการขาด้วนแต่อย่างใด
โดยเหตุการณ์เริ่มต้นจากฝ่ายชายพิการแขนด้วนมีการโพสต์ข้อความในลักษณะท้าทายและยั่วยุ จนนำไปสู่ความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทที่บานปลายเป็นเรื่องใหญ่ โดยกลุ่มก่งก้งได้พยายามถอยให้หลายครั้งแล้ว แต่เนื่องจากพฤติกรรมของชายแขนด้วนนั้นที่มักแสดงความก้าวร้าวต่อผู้อื่น ทำให้หลายคนเกิดความไม่พอใจ ซึ่งปัญหาเริ่มจากเรื่องเล็กน้อย แต่ฝ่ายชายแขนด้วนต้องการอำนาจและการยอมรับจากคนรอบข้าง จึงทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้น อีกทั้งกลุ่มผู้ก่อเหตุเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน แต่ปัจจุบันได้แตกหักกันทั้งหมดจากพฤติกรรมของชายพิการแขนด้วน และในส่วนของเรื่องการไกล่เกลี่ยระหว่างชายแขนด้วนกับกลุ่มก่งก้งนั้นเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเหตุการณ์ได้ลุกลามไปมากแล้ว
ส่วนการชี้แจงข้อเท็จจริงควรเป็นหน้าที่ของกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรง ขณะที่ตนเป็นเพียงผู้รับรู้เหตุการณ์เท่านั้น
Advertisement