
วันที่ 3 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กเพจชื่อ “ปทุมธานีที่นี่มีแต่เรื่อง” ได้โพสต์ข้อความแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางโครงการก่อสร้างถนนบางขัน-หนองเสือ บริเวณคลองห้า หน้า รพ.คลองหลวง เนื่องจากมียานพาหนะได้รับความเสียหายจากยางมะตอยเป็นจำนวนมาก โดยผู้เสียหายหลายรายได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.คลองห้า เพื่อเรียกร้องให้ผู้ประกอบการแก้ไขและชดใช้ค่าเสียหาย
ภายหลังรับแจ้ง ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบบริเวณลานจอดรถ สภ.คลองห้า พบรถยนต์ของประชาชนจอดอยู่เป็นจำนวนมาก ในสภาพที่ตัวรถมีเศษยางมะตอยสาดกระเด็นติดอยู่ทั่วทั้งคัน โดยกลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ พ.ต.ต.วีระวัฒน์ บุญแพง สว.สอบสวน สภ.คลองห้า ไว้เป็นหลักฐาน หลังขับรถผ่านจุดก่อสร้างซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุง แต่กลับไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างและป้ายแจ้งเตือน
นายประสิทธิ์ จิตสว่าง หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 2 ก.ค. 69 ตนได้ขับรถกลับจาก สภ.หนองเสือ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักใน อ.คลองหลวง โดยไม่ทราบว่าบริเวณถนนบางขัน-หนองเสือ ช่วงคลองห้าถึงคลองหก มีการเทลาดยางมะตอย เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีไฟส่องสว่าง ประกอบกับมีฝนตกหนัก กระทั่งรุ่งเช้าจึงพบว่ารถของตนเหยียบยางมะตอยจนติดเต็มคันรถและมีบางส่วนหลุดร่วงเต็มลานจอดรถ เมื่อเห็นโพสต์แจ้งเตือนจากเพจเฟซบุ๊ก จึงรีบเดินทางมาลงบันทึกประจำวันและแจ้งบริษัทประกันภัย
ด้าน น.ส.สุภารัตน์ สายเล็ก อายุ 35 ปี เจ้าของรถยนต์ ซึ่งเพิ่งออกรถมาได้ไม่ถึง 1 ปี กล่าวว่า ตนขับรถผ่านจุดดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกัน และรู้สึกเหมือนมีหินกระเด็นใส่รถตลอดทาง เมื่อรุ่งเช้ามาตรวจสอบจึงพบยางมะตอยติดอยู่จำนวนมาก แม้จะนำรถไปล้างที่คาร์แคร์แล้วแต่ก็ยังออกไม่หมด ตนเชื่อว่าน่าจะมีรถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ไม่ต่ำกว่าร้อยคัน เนื่องจากจุดก่อสร้างไม่มีป้ายเตือนหรือสิ่งกีดขวางใดๆ
เช่นเดียวกับ นายพิรัตน์ หอมลออ อายุ 34 ปี ที่ขับรถยนต์ ผ่านเส้นทางดังกล่าวโดยไม่ทราบว่ามีการก่อสร้าง ก็ได้รับความเสียหาย และเดินทางมาเรียกร้องให้ผู้รับเหมาออกมารับผิดชอบเช่นกัน
ต่อมา นายประสิทธิ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ “ช่างจบ” ซึ่งเป็นตัวแทนช่างของผู้รับเหมาโครงการดังกล่าวแล้ว โดยทางผู้รับเหมายินดีรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งนี้ในส่วนของตนต้องนำรถไปเข้าคาร์แคร์ เพื่อล้างทำความสะอาดแบบเต็มระบบในราคา 7,000 บาท ซึ่งจะนำใบเสร็จไปเบิกจ่ายกับทางผู้รับเหมาต่อไป พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ผู้ควบคุมงานลงพื้นที่ตรวจสอบจุดก่อสร้างและเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเช่นนี้อีก
Advertisement