
สถานการณ์ฝุ่นควันใน จ.เชียงใหม่ วิกฤตฝุ่นควันเกินมาตรฐานนานนับสัปดาห์ ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เลือดกำเดาไหล เจ็บตา มีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวตัวเพิ่มขึ้น ล่าสุดทางจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินและพื้นที่ประสบสาธารณภัย 6 อำเภอแล้ว เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
ประชาชนใน จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นควัน ต่างเดินทางมาหาหมอเฉพาะทางที่โรงพยาบาลลานนา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังมีอาการแสบตาและภูมิแพ้กำเริบ หลังได้รับการกระตุ้นจาก PM2.5 จนทำให้เกิดอาการป่วย
โดย นพ.อภินันท์ ตันติวุฒิ แพทย์อายุกรรมโรงพยาบาลลานนา เปิดเผยว่า หลังพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีปริมาณฝุ่นควันหนัก โดยปีนี้สถานการณ์หนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา น่าจะเกิดจากสภาพอากาศและการเผาวัชพืช และไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และค่า AQI สูงเกินมาตรฐาน
ส่งผลทำให้มีคนไข้ที่รับผลกระทบเป็นผื่นแพ้ เข้ามารักษาอาการที่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าตัว และคนไข้ที่เป็นโรคหอบหืด รวมทั้งคนไข้ที่มีอาการหอบเหนื่อยแบบไม่ทราบสาเหตุนั้น ได้มีประมาณมากขึ้นอย่างชัดเจน โดยผลกระทบนั้นจะเกิดกับคนไข้ OPD ส่วน IPD นั้นคาดว่าสัปดาห์หน้าอาจจะได้รับผลกระทบ
ซี่งขณะนี้คนไข้ที่มารักษาตัวนั้นจะเป็นลมพิษผื่นแพ้ อาการแพ้ทั่วทั้งตัวบางรายก็จะมีการแพ้ที่รุนแรง ส่วนทางหมอหูคอจมูกนั้น ก็จะพบว่ามีผู้ป่วยเขามารักษาตัวเพราะเลือดกำเดาไหลนั้นเพิ่มขึ้น เข้ามารักษาอาการวันละ 3-5 ราย และโพรงจมูกอักเสบค่อนข้างรุนแรง
ขณะที่ทางด้านจักษุแพทย์นั้น ระยะนี้ก็พบว่ามีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวเรื่องผู้ป่วยที่มีปัญหาอาการระคายเคืองดวงตาและเหยื่อบุตาอักเสบสูงขึ้นมาก เพราะฝุ่นพิษนั้นมีความอันตรายสูงมาก เพราะจะซึมเข้าไปในเลือดและทำให้เกิดความเสี่ยงของโรคอัมพฤกษ์อัมพาตสูงขึ้นด้วย และโรคหัวใจขาดเลือดฉับพลันด้วย ดังนั้นฝุ่นควันเป็นสิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงมากๆ เป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ขณะนี้
อย่างไรก็ตาม นพ.อภินันท์ เตือนให้ประชาชนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย N95 เวลาที่อยู่กลางแจ้ง ซึ่งจะสามารถป้องกันฝุ่น PM2.5 ขนาดเล็กได้ดี ส่วนใครถ้าอยู่ในที่ร่มหรือในบ้านนั้นก็ต้องเปิดเครื่องฟอกอากาศและปิดประตูหน้าต่างประตูมิดชิด เพื่อไม่ให้ฝุ่นเล็ดลอดเข้ามา
ล่าสุด จ.เชียงใหม่ ได้ตัดสินใจประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ไฟป่าและอัคคีภัยไปแล้ว ในพื้นที่ 6 อำเภอ 38 ตำบล 324 หมู่บ้าน และ 27 ชุมชน ประกอบด้วย อ.ฮอด อ.สะเมิง อ.เชียงดาว อ.ดอยสะเก็ด อ.แม่แตง และ อ.แม่วาง ซึ่งการประกาศในครั้งนี้จะไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งอำเภอ แต่เป็นการระบุเจาะจงเฉพาะรายตำบลและรายหมู่บ้านที่เกิดสถานการณ์ไฟป่าขึ้นจริง เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณและทรัพยากรเป็นไปอย่างตรงจุด
โดยหัวใจสำคัญของการประกาศเขตพื้นที่ประสบภัย คือ การปลดล็อกอำนาจหน้าที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สามารถนำงบประมาณและทรัพยากรส่วนตัวที่มีอยู่มาใช้ในการระงับยับยั้งเหตุ และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ทันทีตามระเบียบราชการ
ทั้งนี้จังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั้งด้านการดำรงชีพและการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ขณะเดียวกันยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลายพื้นที่ยังคงมีความเสี่ยงจากไฟป่าและหมอกควันสะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตของประชาชนในวงกว้าง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงในระยะต่อไป
Advertisement