
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าตั้งคณะกรรมการสอบวินัย เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย ว่า หลังจากเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบราชการท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทย ที่สรุปผลว่ามีการแก้ไขคะแนน รวมถึงผู้มีแนวโน้มมีพฤติกรรมเกี่ยวข้อง คือข้าราชการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้รับจ้างและเอกชน รวมถึงบุคคลภายนอก โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะตั้งคณะกรรมการสอบวินัยบุคคล
ส่วนที่มีการตั้งคำถามว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพียง 5 คน นั้นนายอรรษิษฐ์ ยังชี้แจงว่า 5 คนเป็นแค่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แต่อีกส่วนหนึ่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็ดำเนินการอยู่ และทราบว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกประมาณ 10 คน ที่อยู่ในเครือข่าย ซึ่งจะมีการ สืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อเริ่มไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. จะตรวจสอบย้อนหลัง ประกอบกับคำให้ปากคำเพื่อนำไปขยายผล ซึ่งจะใช้เวลา 3-6 เดือน จึงขอยืนยันว่าไม่ใช่แค่ 5 คน แต่คนที่อยู่ในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต้องได้รับการสอบสวน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และเชื่อว่าจะสามารถพิสูจน์ได้ในเร็ววัน
เมื่อถามว่าการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย เป็นการสอบวินัยร้ายแรงหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า มี 2 กรณี คือการสอบวินัยซึ่งสอบอยู่แล้ว แต่การสอบวินัยร้ายแรง หากกระทบต่อสาธารณะส่วนใหญ่ ทำให้กระทรวงเสียชื่อเสียง ทางคณะกรรมการกลุ่มงานวินัยและส่งเสริมสมรรถภาพข้าราชการ อยู่ระหว่างการเสนอเรื่องขึ้นมา และขณะนี้ได้ตัวประธานคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยต้องรอผลการสอบสวน ของคณะกรรมการข้อเท็จจริง เพื่อมาเข้าคณะกรรมการสอบวินัย
เมื่อถามย้ำว่าทั้ง 5 คน ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะลงนามสอบวินัยร้ายแรงใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า เดี๋ยวเซ็น แต่รอข้อสรุปอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงส่งไปยังคณะกรรมการ กลุ่มงานวินัยและส่งเสริมสมรรถภาพข้าราชการ ก่อนจะแนบใบคำสั่งสอบวินัยร้ายแรงส่งกลับมายังตนอีกครั้ง ซึ่งคำสั่งสอบวินัยจะมาถึงตนใน 1-2 วันนี้
เมื่อถามว่าในกรณีนี้สามารถให้ออกจากราชการไว้ก่อนได้หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา
เมื่อถามว่าผู้ที่กระทำความผิด 5 ราย เป็นข้าราชการระดับใด นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การที่จะบอกว่าเขาทำความผิดต้องสืบให้ถึงที่สุด แต่การที่บอกว่าอยู่ในข่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเขาอยู่ในกระบวนการที่ต้องรับผิดชอบ การที่มีการทุจริตเกิดขึ้น ขยายวงกว้างไปสู่สาธารณชนที่รู้สึกรับไม่ได้ แต่เรื่องเส้นเงินและการกล่าวพาดพิง ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่ ได้มีการตรวจสอบเชิงลึกว่าทุจริตจุดไหน มีการรับเงินที่ไหนเมื่อไหร่ อย่างไร
เมื่อถามว่าเป็นระดับอธิบดีกรมหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า ก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบของกรม ตั้งแต่ระดับสูงลงมา
ส่วนกรณีที่เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลาออกมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายอรรษิฐ์ กล่าวว่า ไม่ทราบแต่เท่าที่สอบทราบมีเรื่องอื่นด้วย ซึ่งก็เห็นเท่าที่ทุกคนเห็นไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องหรือ
นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงการทำ TOR เนื่องจากเกี่ยวเนื่องกับอธิบดี สถ. ถึง 3 คน นายอรรษิษฐ์ ระบุว่า เรื่องนี้เริ่มต้นมานานแล้ว เกี่ยวข้อง ตั้งแต่อธิบดีในอดีตจนถึงปัจจุบันรวม 4 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่ป.ป.ช.กำลังดำเนินการ โดยยืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
ส่วนกรณีที่นายพิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการและกองยุทธศาสตร์งบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ชิงลา จะมีการเรียกกลับมาสอบหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าว ยืนยันว่าจะรีบสอบทุกคนที่เกี่ยวข้องแม้ว่าจะลาออกไปแล้ว แต่การที่เราจะได้ข้อมูลจากเขาคือสิ่งสำคัญ ซึ่งไม่แน่ใจว่าขณะนี้ป.ป.ชอาจจะกันตัวเป็นพยาน เพื่อขยายผลต่อไปแล้ว
Advertisement