
วันที่ 27 มิ.ย. 69 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปราบปราบผู้มีอิทธิพล รุกที่สาธารณะ และนอมินี ใน จ.ภูเก็ต ว่า ทราบว่าคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร 3-4 คณะ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ และก่อนหน้านั้นตน และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ได้หารือกันในเรื่องดังกล่าว พบว่ามีความคืบหน้าไปด้วยดี ซึ่งยอมรับว่า มีบางเรื่องยังตะหงิดใจ เรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ สค.1 ที่ขอออกไว้ 5 ไร่ แต่ไปปรากฎที่จุดอื่นเป็น 8 ไร่ หรือบางพื้นที่เป็นที่ ส.ป.ก. หรือของป่าไม้
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ขณะที่บางแปลงเป็นที่ของป่าไม้ แต่อีกฝั่งเป็นที่ ส.ป.ก.กลับออกเอกสารสิทธิ์ได้ จึงได้บอกอธิบดีกรมที่ดินต้องสอบทั้งหมดและย้อนหลังด้วย ว่าออกเอกสารมาตั้งแต่สมัยใครและออกมาได้อย่างไร และบางแปลงยังอยู่ในขั้นตอนของศาล เพราะจะไปเพิกถอนแต่ผู้ถือครองไม่ยอม โดยอีก1-2 สัปดาห์ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบอีกครั้ง
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนความคืบหน้าการปราบปรามนอมินีภูเก็ต ตัวเลขเพิ่มขึ้นจาก 316 บริษัท โดยเร่งสแกนกว่า 10,000 บริษัท ขณะนี้คาดว่าตัวเลขจะมากกว่า 400 บริษัท โดยตรวจสอบว่าประกอบธุรกิจอะไร และมีความเชื่อมโยงกับคนไทยที่เข้าไปช่วยเหลือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ ทำงานอย่างใกล้ชิด ในการตรวจสอบหากพบมีความผิดจะดำเนินการตามอำนาจกรมที่ดิน ให้บังคับจำหน่ายหลังจากนั้นจะดำเนินคดีอาญาและแพ่งตามมาด้วย
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ขอเรียนประชาชนว่าให้รอสักนิดเราทำตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ได้ แม้รู้ว่าผิดแต่ต้องไปดูที่ต้นต่อว่าคืออะไร ใครปล่อยให้ทำธุรกิจโดยผิดกฎหมาย เป็นหน้าที่ของพวกตนที่ต้องสาวลงลึก ยืนยันว่าจะไปปรับให้ทุกอย่างถูกต้องอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ รายงานว่า ผู้ประกอบการภูเก็ต 30-40% อาจทำผิดกฎหมายจึงเกิดคำถามว่า อาจจะผิดคืออะไรคือไม่มีใบอนุญาตใช่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่ปกครองภูเก็ตปล่อยให้ร้านดำเนินการจนทำผิดกฎหมายได้อย่างไร และแปลว่าเราเอื้อให้คนไปขูดรีดกับประชาชน เอื้อให้คนมาเก็บส่วยหรือไม่ เอื้อให้กับคนในพื้นที่ที่เรียกตัวว่าเป็นโกนั้นโกนี้ เป็นกุ๊ย บางคนเป็นผู้มีอิทธิพลดูแลเพื่อสานต่อ อย่างนี้ไม่ได้ เมื่อเห็นร้านค้าอยู่ในโซนที่ไม่ควรเปิดและไม่ได้รับอนุญาตไม่ควรให้ทำต่อ มิฉะนั้นคนที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจะทำอย่างไร เมื่อมาถึงจุดหนึ่งผู้ประกอบการที่ผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กฎหมายต้องไปตามแก้ให้คนที่ทำผิดเป็นคนที่ถูกกฎหมายอย่างนั้นหรือ แบบนี้กฎบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร
ดังนั้น จุดเริ่มต้นต้องชัดเจนก่อน ใครทำผิดกฏหมายตั้งแต่ผู้ว่าฯลงไป ต้องไม่ปล่อยให้ถึงขณะนี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการที่ลงไปจะสรุปตัวเลขขึ้นมา แล้วจะเชิญคณะกรรมาธิการมานั่งพูดคุยกันว่าไปเจอปัญหาอะไรเพื่อหาทางออกร่วมกันให้ผู้ประกอบการ ถ้าทำผิดกันครึ่งเกาะแบบนี้ แล้วให้ข้าราชการตามไปปิด หมดทั้งเกาะ ภูเก็ตจะไม่ใช่ภูเก็ตอีกต่อไป แล้วเดินหน้าเศรษฐกิจไม่ได้ จึงต้องหาทางช่วยผู้ประกอบการให้มาอยู่ภายใต้กฎหมายให้ได้
Advertisement