
วันนี้ 18 มี.ค.2569 กลุ่มสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยได้นัดรวมพลกลุ่มรถบรรทุก ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน และการขาดแคนน้ำมันในประเทศ ซึ่งพบว่าได้มีบรรดารถบรรทุกมากกว่า 1,000 คัน จอดริมถนนสุขุมวิท ทำให้การจราจรในถนนสุขุมวิททั้งขาเข้าชลบุรีและขาเข้าพัทยาเกิดการชะลอตัวติดขัดเป็นบางช่วง
โดยนายสิรภพ พิชัยรัตนพงศ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง และรถบรรทุก เปิดเผยว่าการรวมตัวในครั้งนี้มีการระดมรถบรรทุกหลายจุด โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่การจอดรถ บริเวณถนนสุขุมวิท และรอบพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังกว่า200 คัน จุดหนองแขวะ อีกประมาณ 70 คัน เพื่อช่วยขับเคลื่อนในพื้นที่และยังมีแนวร่วมอีกกว่า 600–700 คัน ที่จะร่วมเคลื่อนขบวนเชิงสัญลักษณ์
สาเหตุหลักของการออกมาเคลื่อนไหว มาจากความไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยเฉพาะกรณีที่มีการระบุว่า น้ำมันสำรองเพียงพอ 60–90 วัน แต่ในทางปฏิบัติ กลับพบปัญหาการขาดแคลนตามสถานีบริการน้ำมัน
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตต่อการปรับขึ้นราคาน้ำมันว่า ภาครัฐควรใช้กลไกบริหารจัดการต้นทุนที่มีอยู่เช่นกองทุนน้ำมัน ค่าการตลาด ค่าการกลั่น และภาษีสรรพสามิต ให้เต็มประสิทธิภาพ ก่อนการปรับขึ้นราคาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ใช้
อีกประเด็นสำคัญ คือปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นประตูหลักด้านการนำเข้า–ส่งออกใช้เวลานาน ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาสูงและเกิดภาวะขาดแคลน
ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ประกอบการยังตั้งคำถามต่อ “ราคาน้ำมันหน้าคลัง” ที่มีการปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3–5 วัน สูงถึง 40–50 บาท โดยมองว่าไม่มีเหตุผลชัดเจน และกระทบต่อภาคขนส่งและอุตสาหกรรมโดยตรง
รวมถึงการอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ ซึ่งเห็นว่าหากเป็นการกลั่นเพื่อส่งออกสามารถยอมรับได้ แต่หากเป็นการจำหน่ายภายในประเทศควรใช้โครงสร้างราคาที่เป็นธรรมกับผู้บริโภคในประเทศมากกว่า
อย่างไรก็ตามตัวแทนกลุ่มระบุว่า แม้จะมีความกังวลต่อสถานการณ์แต่ยังเชื่อมั่นว่าภาครัฐมีความตั้งใจแก้ไขปัญหาเพียงแต่ต้องเร่งดำเนินการให้เห็นผลในทางปฏิบัติอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนและลดความแออัดในระบบขนส่ง
ทั้งนี้หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย กลุ่มผู้ประกอบการอาจพิจารณายกระดับการเคลื่อนไหวต่อไป แต่ย้ำว่าหากการปรับราคาน้ำมันเป็นไปอย่างมีเหตุผลโปร่งใสและสามารถอธิบายได้ก็พร้อมยอมรับ
Advertisement