
วันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 18.00 น.ของวันที่ 16 มีนาคม 2569 พ.อ.พงศกร เสืองาม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่12(ผบ.ชค.ทพ.12)หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพาได้สั่งการให้ ร.อ.อาคม มงคลนำ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่1201(ผบ.ร้อยทพ.1201) นำกำลังพลกองร้อยทหารพรานที่1201 บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว นำโดย พ.ต.อ.รุ่งทอง มนต์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองลึก นำโดยพ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผู้กำกับการ สภ.คลองลึก สนธิกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตลอดแนวชายแดนบริเวณช่องทางธรรมชาติท้ายตลาดโรงเกลือ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง ที่มักถูกใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้า-ออกของขบวนการคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการร่วมได้ตรวจพบชายต้องสงสัยจำนวน 2 คนมีลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ(ชาวจีน)อยู่ในอาการตื่นตระหนก วิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้ามายังแนวชายแดน ก่อนจะพยายามปีนรั้วลวดหนามจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ข้ามเข้ามายังฝั่งประเทศไทย บริเวณด้านหน้าจุดตรวจ อ.11 บ้านดงงู ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าควบคุมสถานการณ์และสามารถควบคุมตัวชายทั้ง 2 คน ไว้ได้โดยละม่อม
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นชายสัญชาติจีนทั้ง 2 ราย ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนแต่อย่างใด อีกทั้งไม่สามารถพูดหรือฟังภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยังที่ตั้งกองร้อยทหารพรานที่1201(จุดตรวจอ.20)บริเวณด่านพรมแดนคลองลึก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ได้ประสานล่ามภาษาจีนเข้าร่วมสอบสวน เพื่อให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
โดยจากการสอบปากคำผ่านล่ามชายชาวจีนทั้ง 2 คนให้การสอดคล้องกันว่าพวกตนถูกหลอกและบังคับให้ไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยถูกกำหนดให้ทำหน้าที่หลอกลวงบุคคลอื่นให้โอนเงิน
อย่างไรก็ตามเมื่อทั้งสองปฏิเสธไม่ยอมร่วมกระทำความผิด กลับถูกกลุ่มขบวนการดังกล่าวทำร้ายร่างกาย และจับกุมกักขังไว้ภายในห้องขนาดเล็กภายในอาคารแห่งหนึ่ง ในเมืองปอยเปต เป็นระยะเวลานานกว่า 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568 จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2569 กระทั่งวันที่ 16 มีนาคม 2569 ทั้งสองรายสังเกตเห็นว่า ผู้คุมที่เฝ้าหน้าห้องขังไม่อยู่จึงอาศัยจังหวะดังกล่าวร่วมกันพังประตูห้องขัง และหลบหนีออกจากอาคารจากนั้นได้เดินเท้าหลบหนีไปตามเส้นทางต่างๆภายในเมือง ก่อนจะพยายามขอความช่วยเหลือจากชาวกัมพูชาในพื้นที่ เพื่อสอบถามเส้นทางที่จะสามารถหลบหนีข้ามมายังประเทศไทยได้ ซึ่งมีชาวกัมพูชารายหนึ่งให้ความช่วยเหลือชี้เส้นทาง
เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณแนวชายแดนพบว่ามีรั้วลวดหนามกั้นแนวเขตแดนระหว่างประเทศทั้งสอง จึงตัดสินใจปีนข้ามรั้วลวดหนามดังกล่าวเข้ามายังฝั่งประเทศไทย โดยมีความหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทหารไทย กระทั่งมาพบกับเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนและถูกควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด
ภายหลังการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวชายชาวจีนทั้ง 2 คนให้พนักงานสอบสวนสภ.คลองลึก จังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งประสานไปยังสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสอบสวนและพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและสกัดกั้นขบวนการคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงพยายามใช้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นช่องทางในการก่อเหตุและหลบหนีอย่างต่อเนื่อง
Advertisement