
วันที่ 2 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.อุดรธานี เป็นอีกจังหวัดที่มีแรงงานไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลถือว่ามากเป็นอันดับ 1 ในภาคอีสาน หลังจากเกิดการสู้รับระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐฯ ปรากฏว่าบรรดาพ่อแม่ต่างเป็นห่วงลูกหลานของตนเองกลัวได้รับอันตราย อย่างเช่นที่บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานีนางภักวิไล มาลาเพลา อายุ 57 ปี คนเป็นแม่ต้องต้องต่อสายวิดีโอคอลไปคุยกับ นายจิตรติน เครือเนตร หรือ “บอย” อายุ 30 ปีลูกชายคนเดียว ที่ไปทำงานในภาคเกษตรที่ประเทศอิสราเอล
นายบอย บอกแม่ว่าตอนนี้ผมยังทำงานเก็บอะวาโคโดอยู่ภาคกลางตอนล่างเมืองกะกิลอน สบายดีแม่ไม่ต้องห่วงผมหรอกครับอยู่แถวนี้ไม่ค่อยหนักเท่าไหร่ ยังทำงานเหมือนเดิม ส่วนใหญ่ระเบิดจะลงเทลอาวีฟ
ส่วนวิธีการหลบระเบิด หากได้ยินเสียงเตือนไซเรน ก็จะวิ่งเข้าบังเกอร์ แต่ตอนนี้ทำงานอยู่กลางสวน หากระเบิดมาก็คงหลบไม่ทัน ก็คงนั่งหรือหมอบในหน้างานเลย
โดยนายบอยย้ำว่า “แม่ไม่ต้องห่วงนะ ผมสบายดี”
ขณะที่นางภักวิไล ได้พูดคุยกับลูกก็กลั้นน้ำตาไม่ไหวร้องไห้ออกมา บอกว่าก็คิดถึงลูก เห็นหน้าลูกก็น้ำตาจะไหล เป็นห่วงลูกหลังได้ยินสงครามกินไม่ได้นอนหลับเลย ก็ฝากบอกลูกว่าให้ระวังตัวให้ดี ลูกชายเป็นเสาหลัก เพิ่งไปทำงานได้ปีกว่าเท่านั้น
Advertisement