
วันที่ 6 ม.ค.69 หลังจากเกิดเหตุการณ์ทหารกัมพูชายิง ปืน ค. ใส่ฐานทหารไทย ในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ส่งผลให้สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจตามหมู่บ้านแนวชายแดน ในพื้นที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พบว่าชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งเพิ่งกลับจากศูนย์พักพิงได้ไม่นาน ก็ต้องใช้ชีวิตและทำมาหากินด้วยความหวาดระแวง และเริ่มมีความกังวลว่าจะเป็นชนวนเหตุ ทำให้เกิดการสู้รบกันอีกเป็นครั้งที่ 3 หรือไม่ ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ชาวบ้านหลายครอบครัวก็ได้เก็บกระเป๋าเสื้อผ้า และสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีวิตใส่กระเป๋า ขณะที่บางคนยังไม่ได้เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าหรือกล่องพลาสติกตั้งแต่การอพยพครั้งก่อน เพราะต่างไม่มั่นใจในสถานการณ์ และไม่เคยไว้วางใจฝ่ายกัมพูชา ที่พร้อมจะตลบหลังไทยตลอด ชาวบ้านชายแดนส่วนใหญ่ต่างสะท้อนว่า หากมีการยิงปะทะกันอีก ทหารและรัฐบาลไทยควรจัดการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ห้เขมรสิ้นสภาพเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยอีก หากไม่จัดการให้จบ ชาวบ้านชายแดนก็ต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวงไม่จบสิ้น
น.ส.เครือวัลย์ อินอ่อน อายุ 35 ปี ชาวบ้าน ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด ซึ่งมีบ้านอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ถึง 2 กิโลเมตร บอกว่า ตั้งแต่กลับจากศูนย์พักพิงมาอยู่บ้าน ก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะยังวิตกกังวลกลัวจะมีการสู้รบกันรอบ 3 อีก เพราะไม่มั่นใจในพฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชา ทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกไม่มั่นใจในสถานการณ์ เสื้อผ้าบางส่วนยังอยู่ในกระเป๋า แต่พอเกิดเหตุที่ อุบลฯ ก็เก็บข้าวของเครื่องใช้จำเป็นใส่กระเป๋าไว้ด้วย เพื่อเตรียมพร้อมตลอดเวลา หากมีการสู้รบอีก ก็จะได้พร้อมอพยพทันที
นางผม ไชยรัมย์ อายุ 61 ปี ชาวบ้านอีกราย บอกว่า ยังคงนอนแบบหลับๆตื่นๆ อยู่ด้วยความหวาดระแวง เพราะไม่รู้ว่าจะต้องอพยพหนีอีกตอนไหน เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ก็ยังคงเก็บไว้อยู่ในกระเป๋าเหมือนเดิม ยังไม่ได้เอาออกไปไหนตั้งแต่อพยพกลับมา และอยากให้จัดการให้เด็ดขาดไม่ต้องให้ยืดเยื้อกันอีก ไม่ต้องเจรจาตกลงกันอีก เพราะลูกบ้านพอแล้ว มันหลายครั้งแล้ว ไม่อยากอยู่แบบหวาดวิตกกังวลอีกแล้วไหนจะมีลูกเล็กเด็กแดงอีก ยิ่งมามีหลานเล็กอีก การอพยพเดินทางไปก็ไม่สะดวก
Advertisement