
วันที่ 2 เม.ย. 69 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังจากที่กองกำลังสุรนารีได้รายงานว่า เมื่อคืนวานนี้ (1 เม.ย.69) จนถึงรุ่งเช้าของวันนี้ (2 เม.ย.69) ตรวจพบทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธ มีพฤติการณ์ที่ขาดวินัย ดื่มสุราและเข้ายั่วยุใกล้แนววางกำลังของฝ่ายไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการยั่วยุ ละเมิดข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) และขัดขวางกระบวนการที่จะนำไปสู่สันติภาพตามแนวชายแดนอย่างชัดเจน ทำให้หน่วยทหารในพื้นที่ได้ทำการแจ้งเตือน พร้อมเสริมกำลังพลและเพิ่มการวางรั้วลวดหนามเสริมความแข็งแรง รวมทั้งได้นำยุทโธปกรณ์รถสายพานลำเลียงพล (M113) จำนวน 2 คัน เข้ามาวางกำลังในบริเวณพื้นที่ เพื่อป้องปรามสถานการณ์ที่อาจจะนำไปสู่การกระทบกระทั่งกันเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ กองทัพภาคที่2 ยังได้ใช้กลไกของคณะทำงานในระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ประสานการปฏิบัติระหว่างกันเป็นที่เรียบร้อย จนสถานการณ์ได้คลี่คลายกลับสู่สภาวะปกติ
โฆษกกองทัพบก กล่าวย้ำว่า กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ในทุกข้อ โดยได้มีการวางแนวกำลังในพื้นที่ควบคุมตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ในข้อ 2 เพื่อรักษาความปลอดภัยพื้นที่อย่างเข้มงวดและไม่ประมาท ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพบกได้อำนวยความสะดวกให้กับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ประเทศไทย ในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เม.ย.69 กองทัพบกโดยกองกำลังบูรพาได้อำนวยความสะดวกให้คณะ AOT ประเทศไทย ลงพื้นที่สังเกตการณ์บริเวณบ้านหนองจาน, บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง จังหวัดสระแก้ว เพื่อติดตามและรับทราบสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ในขณะเดียวกันทางฝั่งประเทศกัมพูชาก็ได้นำคณะ AOT ประเทศกัมพูชาเข้าสังเกตการณ์บริเวณโอร์เสม็ด กรุงสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 29 มี.ค.69 เช่นเดียวกัน โดยเป็นการลงพื้นที่ตรวจติดตามเฉพาะในส่วนพื้นที่การวางกำลังของฝ่ายกัมพูชาเท่านั้น ไม่ได้มีการรุกล้ำเข้ามายังพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด และก่อนการลงพื้นที่จริง ทางคณะประสานงานของกัมพูชาได้มีการประสานล่วงหน้ามายังคณะประสานงานของไทยเป็นที่เรียบร้อย
กองทัพบกยืนยันในความพร้อมของหน่วยทหารในพื้นที่ชายแดน ที่ได้มีการจัดวางกำลังในพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทยเพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการปรับกำลังตอบโต้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสมในทันที ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในภารกิจของกองทัพบก โดยติดตามข้อมูลข่าวสารหรือสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ จากช่องทางหลักของกองทัพบกและหน่วยงานราชการเท่านั้น เพื่อป้องกันข้อมูลที่บิดเบือนที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและสร้างความตื่นตระหนกได้ในสังคม
Advertisement