
วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ วัดโคกเปี้ยว ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จุดเช็กอินและแลนด์มาร์กชื่อดังริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานประติมากรรมพญานาคราชขนาดใหญ่และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่สักการะพญานาคราช ก่อนติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลสาบสงขลา ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างคึกคัก
บรรยากาศการสักการะเป็นไปอย่างสงบ แต่ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า นายไชยชนก ใช้เวลาสวดมนต์และนั่งสมาธินานกว่าคณะในหลายจุด ทั้งช่วงจุดธูปและบริเวณหน้าองค์พญานาคราช เมื่อถูกถามว่าได้อธิษฐานขอพรเป็นพิเศษหรือไม่ เจ้าตัวตอบสั้น ๆ ว่า "ไม่ได้ขออะไรเป็นพิเศษ แค่มารายงานตัวและทำสมาธิเท่านั้น"
ขณะเดียวกัน ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสวดมนต์และสักการะองค์พญานาคราชแล้ว นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันตีฆ้องยักษ์ภายในวัดคนละ 9 ครั้ง สร้างความฮือฮาให้กับมวลชนที่มาร่วมต้อนรับ
จากนั้นคณะได้ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งบริเวณวัดโคกเปี้ยว โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมรับฟังปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจากหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่
โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการสำคัญในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมตลิ่ง ศาสนสถาน และวิถีชีวิตของประชาชนในตำบลเกาะยอมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อก่อสร้างแล้วจะช่วยลดการสูญเสียพื้นที่ เพิ่มความมั่นคงให้แนวชายฝั่ง และส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเกาะยอในระยะยาว
ปัจจุบันมีการพิจารณาแนวทางก่อสร้าง 2 รูปแบบ ได้แก่
• ทางเลือกที่ 1 ก่อสร้างแนวเขื่อนตามแนวเดิม ความยาว 391 เมตร ใช้งบประมาณ 46.83 ล้านบาท พร้อมบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก 5 จุด และทางลงท่าน้ำ 1 จุด
• ทางเลือกที่ 2 ก่อสร้างแนวเขื่อนยื่นเข้าไปในทะเลสาบ ความยาว 456 เมตร ใช้งบประมาณ 54.615 ล้านบาท สูงกว่าทางเลือกแรก 7.785 ล้านบาท มีบันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก 5 จุด และทางลงท่าน้ำ 1 จุด โดยครอบคลุมแนวหน้าที่ดิน 14 แปลง และมีพื้นที่ยื่นเข้าไปในทะเลสาบประมาณ 1 ไร่ 2 งาน
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ นอกจากติดตามความคืบหน้าโครงการแล้ว ยังเป็นการรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและผลักดันโครงการให้เดินหน้าได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของชุมชน
Advertisement