
วันที่ 31 ส.ค. 69 จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรุนแรง รถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง บริเวณแยกบายพาสนางแล ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย ส่งผลให้นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ส.ค. 69
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงสาเหตุของอุบัติเหตุ และประเด็นความรับผิดชอบของฝ่ายคู่กรณี
โดยเฟซบุ๊กเพจ "งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย/กู้ชีพกู้ภัย1669 ทต.นางแล" ที่ระบุว่า นายสุชาติ สมประสงค์ นายกเทศมนตรีตำบลนางแล ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ออกอำนวยความสะดวกและจัดจราจร กรณีอุบัติเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์บริเวณแยกดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานช่วยเหลือและเคลียร์พื้นที่จำนวน 3 นาย
โดยโพสต์ต้นทางที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ได้ระบุถึงพฤติการณ์ของคู่กรณี อ้างว่าผู้ก่อเหตุได้ขับรถเก๋งฝ่าสัญญาณไฟแดงมาในขณะที่รถคันอื่นๆ ชะลอตัวหมดแล้ว จนพุ่งชนเข้ากับรถของนักศึกษา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และอีก 1 ราย แม้จะอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว แต่สภาพร่างกายไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม
นอกจากนี้ ผู้โพสต์ยังระบุข้อความที่สร้างความสะเทือนใจ โดยอ้างว่าอาจารย์แพทย์รายดังกล่าวได้พูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “อนาคตผมยังอีกไกล” ในขณะที่มารดาของคู่กรณีได้กล่าวกับแม่ของผู้เสียชีวิตว่า "จะให้รับผิดชอบอะไรยังไง มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด" พร้อมระบุว่า แม้ทางคู่กรณีจะให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับครอบครัวผู้เสียชีวิตไว้ แต่เมื่อติดต่อไปกลับไม่มีการตอบกลับหรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ
ทั้งนี้พ.ต.อ.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ ถึงความคืบหน้าทางคดีและกระแสข่าวเกี่ยวกับการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตว่า ขณะนี้ครอบครัวผู้สูญเสียยังไม่พร้อมเข้าสู่การเจรจาเรื่องค่าเสียหายหรือการเยียวยา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของความโศกเศร้า และต้องดำเนินการเกี่ยวกับพิธีศพของผู้เสียชีวิต
ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่าฝ่ายคู่กรณี “ไม่รับผิดชอบ” นั้น ยังไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด เนื่องจากในขณะนี้ ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการเจรจาอย่างเป็นทางการ เพราะครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังไม่พร้อมพูดคุยในประเด็นดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลและทนายความหลายรายพยายามติดต่อขอข้อมูล หรือช่องทางติดต่อครอบครัวผู้สูญเสีย แต่มีการขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัว เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก
สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์คู่กรณี ซึ่งมีรายงานว่าเป็นแพทย์นั้น จากข้อมูลที่ได้รับมีการประสานกับพนักงานสอบสวนและเดินทางไปแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะที่เจ้าตัวเองมีความเครียดจากเหตุการณ์และกระแสข่าวที่เกิดขึ้น
ในส่วนของการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบสำนวนคดีอย่างละเอียด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่รถยนต์คู่กรณีแล้ว โดย ผลตรวจไม่พบแอลกอฮอล์ ส่วนประเด็นสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำพยานหลักฐานทั้งหมด รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด มาประกอบการพิจารณาเพื่อสรุปข้อเท็จจริงและแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานต่อไป
สำหรับเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทน และการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น จะต้องรอให้ครอบครัวมีความพร้อมและเข้าสู่กระบวนการพูดคุยอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจอย่างมากต่อครอบครัว เพื่อนนักศึกษา และประชาคมมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยขอให้สังคมติดตามข้อมูลจากทางราชการและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อครอบครัวผู้สูญเสียและกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านค้าใกล้เคียง เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ โดยนายธนะพัฒน์ เจ้าของร้าน “นาคราช เงินล้าน” ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สามแยกศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านมาให้ตรวจสอบเพิ่มเติม ทั้งนี้ภาพดังกล่าวสามารถบันทึกเหตุการณ์ในช่วงใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดเหตุไว้ได้บางส่วน
ขณะเดียวกัน พลเมืองดีรายหนึ่งซึ่งพักอาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงกระแทกดังอย่างรุนแรง จึงรีบออกมาดูและพบว่าเกิดอุบัติเหตุกับนักศึกษาทั้ง 3 ราย
พยานระบุว่า แรงกระแทกจากอุบัติเหตุครั้งนี้มีความรุนแรงมาก โดยร่างของผู้ประสบเหตุบางรายกระเด็นออกจากบริเวณที่รถจักรยานยนต์จอดอยู่เป็นระยะทางไกล ประเมินด้วยสายตาได้เกือบ 50 เมตร สร้างความตกใจแก่ผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
พยานยังระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ นักศึกษาทั้ง 3 รายอยู่บริเวณจุดจอดรอสัญญาณไฟใกล้หน้าบ้านของตน ก่อนเกิดเหตุขึ้นอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับจังหวะสัญญาณไฟ ความเร็วของรถ และลำดับการชนที่แน่ชัด ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกมุมและพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
นอกจากนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังสะท้อนว่า บริเวณสามแยกดังกล่าวเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยจากข้อมูลที่ทราบ ในช่วงที่ผ่านมาเคยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบริเวณนี้แล้วอย่างน้อย 3–4 ราย ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมเหตุการณ์ล่าสุด
ภายหลังเกิดเหตุ ชาวบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยบริเวณทางแยก ทั้งระบบสัญญาณไฟ ทัศนวิสัยในเวลากลางคืน ป้ายเตือน รวมถึงการควบคุมความเร็วของรถที่ใช้เส้นทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก
สำหรับการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด คำให้การของพยาน และหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
Advertisement