
วันที่ 6 ส.ค. 69 จากกรณีที่มีผู้ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ยุบพรรคประชาชน จากเหตุการเก็บเลเซอร์ ไอดี หลังบัตรประชาชนของสมาชิกพรรค โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตในการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จนหลายฝ่ายกังวลว่าข้อมูลของสมาชิกพรรครั่วไหลไปยังอาชญากรไซเบอร์ เเละพรรคประชาชนอาจจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ เเละช่วงก่อนหน้านี้สำนักงาน กกต. ได้ดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่พิจารณาตามขั้นตอน
รายงานข่าวจากสำนักงาน กกต. แจ้งว่า สำนักงาน กกต. ได้ประสานไปยัง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อตรวจสอบการเชื่อมระบบการขอตรวจสอบข้อมูลเลเซอร์ ไอดี ของสมาชิกพรรคประชาชนเรียบร้อยแล้ว โดยได้รับแจ้งเบื้องต้นจาก กรมการปกครองเเล้วว่า พรรคประชาชนยังไม่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมระบบตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนกับกรมการปกครอง
"ดังนั้นการเก็บรหัส 13 หลักบนบัตรประชาชน และเลเซอร์ ไอดี ของพรรคประชาชน อาจจะเข้าข่ายการกระทำความผิด โดยคณะทำงานของ กกต. จะสรุปว่าพรรคประชาชนกระทำความผิดใดบ้าง เพื่อเสนอให้ที่ประชุม กกต. ชุดใหญ่ พิจารณาในช่วงเวลาอันเหมาะสมว่าพรรคประชาชนจะเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 หรือไม่" เเหล่งข่าวกล่าว เเละว่า กรณีนี้โทษสูงสุดคือยุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมืองเเละตัดสิทธิเลือกตั้งสำหรับคณะกรรมการบริหารพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค เคยให้สัมภาษณ์ว่า ยอมรับว่าช่วงรอยต่อที่เกิดจากการยุบพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคประชาชน ทำให้การเชื่อมระหว่างระบบของพรรคกับกรมการปกครองขาดลง โดยตอนที่มาเป็นพรรคประชาชน พรรคได้ทำหนังสือถึงกรมการปกครองเเล้ว เเต่โดยกระบวนการในการประสานงานพูดง่ายๆ คือยังไม่ได้คุยกันต่อ เลยยังเชื่อมระบบกลับมาไม่สมบูรณ์ หน้าเว็บไซต์ของพรรค ระบบสมัครสมาชิกพรรคก็ยังค้างอยู่แบบนั้นไม่มีการบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูล แต่ว่ามันยังไม่ได้เชื่อมกับกรมการปกครอง จึงเป็นประเด็นที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าว และกำลังเร่งแก้ไขอยู่เเละระบุว่าระบบของกรมการปกครองออกเเบบผิดพลาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้หากที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.ชี้มูล ต้องเสนอมติดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เเละต้องพิจารณาเหตุผลอื่นประกอบด้วยว่าพรรคประชาชน เเละคณะกรรมการบริหารพรรคเข้าข่ายความผิดกฎหมายอื่นๆ ในมาตราใดบ้าง เช่น การประมาทเลินเล่อร้ายเเรงที่ขอเก็บข้อมูลประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรค เเม้พรรคจะเคยชี้เเจงว่าไม่ได้เก็บช้อมูลเหล่านี้ไว้ เเต่การขอรหัส 13 หลักหน้าบัตรประชาชนเเละเลเซอร์ ไอดี ในการลงทะเบียนออนไลน์โดยตอนนั้นสังคมออนไลน์จับข้อสังเกตว่า พรรคไม่มีปุ่มยินยอมบนหน้าจอให้สมาชิกพรรคกดยืนยันในการอนุญาตให้พรรคเช้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในบัตรประชาชนที่เข้าข่ายความผิดกฎหมายPDPA
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้พรรคประชาชนกำลังเดินหน้าตรวจสอบการฮั้ว สว.ปี2567อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกรณีอื่นๆ ของรัฐบาล เพื่อสร้างคะเเนนนิยมของพรรคขึ้นมาใหม่ หลังจากกระเเสนิยมของพรรคลดลง ผนวกกับสถานการณ์อื่นๆ ของ สส. สมาชิกพรรคที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น พบว่าค่อนข้างดึงคะเเนนพรรคให้ลดลง เช่น กรณีสก.พรรคประชาชนโดนตั้งข้อล่าวหาว่าเสียบบัตรเเทนกันในการประชุมสภากทม. รวมถึงกรณีการสู้คดีของอดีต44สส.พรรคก้าวไกลในการเสนอเเก้ไขประมวลกฎหมานอาญา มาตรา112 กรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ ถูกดีเอสไอเเจ้งข้อกล่าวหาในคดีที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายแชร์ลูกโซ่และการชวนเทรดออนไลน์ (Forex)
กรณีนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา เเละรองประธานกมธ.ทหาร สภาผู้เเทนราษฎร ออกมาตั้งคำถามถึงความบอบบาง และคุณภาพการก่อสร้างบังเกอร์ตามเเนวชายเเดนที่ใช้งบประมาณหลังละ 5 หมื่นบาท แต่ขณะที่กองทัพบกเเละฝ่ายความมั่นคงโต้ตอบนายฉัตรในการให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนและแนะนำนายฉัตรให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน
กรณีล่วงละเมิดทางเพศของสส.ปี2566เเต่เเหนนำพรรคไม่ตรวตสอบตามที่นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม.พรรคประชาชนเปิดเผย
กรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคให้ความเห็นการตั้งรัฐบาลใหม่หากพรรคภูสิใจไทย ไม่ได่เป็นเเกนนำตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรมร่วมเป็นรัฐบาล เเต่เเนวคิดนี้โดนโจมตีหนักจากหลายฝ่าย เพราะพรรคเคยประกาศไม่ร่วมมือตั้งรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม
กรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ โดนนายสุชาติ ชมกลิ่น สส.ชลบุรี พรรคภูมิใจไทยฟ้องหมิ่นประมาทหลายวาระ และยังต้องลุ้นคำตัดสินศาลอุทธรณ์ กรณีความผิดประมวลกฎหมานอาญา มาตรา112 กรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคที่เคยมีข่าวว่าถูกเเจ้งข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ยุยงปลุกปั่น นำเข้าข้อมูลอัยเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในการตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง สส.ปี 2569
Advertisement