
วันที่ 4 ส.ค. 69 จากกรณี เฟซบุ๊กเพจ “พรรคประชาชน - People's Party” โพสต์เอกสารชี้แจง ระบุว่า ข้อเท็จจริงกรณีอดีต สส. ธิษะณา ชุณหะวัณ เปิดเผยถึงการถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างดำรงตำแหน่ง สส. พรรคก้าวไกล ยืนยันว่าพรรคไม่เคยสั่งเงียบ เพื่อปกป้ององค์กร และพร้อมเปิดสอบสวนทันทีเคียงข้างผู้เสียหาย
ต่อมา น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน แชร์โพสต์ดังกล่าวของพรรคประชาชน ลงในเฟซบุ๊ก “ธิษะณา ชุณหะวัณ - แก้วตา - Tisana Choonhavan” พร้อมข้อความระบุว่า ดิฉันได้แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในพรรค และเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนกับคุณพิจารณ์ภายใน 24 ชม. หลังเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นพรรคยังไม่มีกระบวนการที่เป็นระบบในการคุ้มครองผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศ ทั้งในด้านการรับเรื่อง การสอบสวน การรักษาความลับ และการป้องกันไม่ให้ผู้เสียหายต้องเผชิญหน้ากับผู้ถูกกล่าวหาระหว่างที่เรื่องยังไม่ได้รับการพิจารณา
ในฐานะที่ดิฉันยังดำรงตำแหน่งในองค์กร การเปิดเผยเรื่องต่อสาธารณะในขณะนั้นย่อมหมายความว่า ดิฉันจะต้องทำงานร่วมกับและพบหน้าผู้ถูกกล่าวหาเป็นประจำ ท่ามกลางสายตาของสาธารณชน โดยปราศจากหลักประกันว่าดิฉันจะได้รับการคุ้มครองหรือได้รับความเป็นธรรม จึงทำให้ดิฉันรู้สึกอับอาย กดดัน และไม่ปลอดภัยที่จะเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในเวลานั้น
ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการที่พรรคใช้ในกรณีอดีต สส.ปูอัด และอดีต สส.แจ้ ซึ่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไรกับผู้ถูกกล่าวหา ยิ่งสะท้อนข้อบกพร่องของระบบคุ้มครองผู้เสียหาย เพราะไม่เพียงแต่ทำให้ผู้เสียหายต้องรอลุ้นผลจากการลงคะแนน หากยังอาจต้องใช้ชีวิตและทำงานร่วมกับผู้ที่ลงมติสนับสนุนให้ผู้ถูกกล่าวหายังคงดำรงตำแหน่งต่อไป
หากกระบวนการยังไม่มีหลักประกันในการคุ้มครองผู้เสียหาย ทั้งในด้านความปลอดภัย ชื่อเสียง และศักดิ์ศรีของผู้ร้องเรียน ก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้ผู้เสียหายจำนวนมากกล้าออกมาเปิดเผยความจริง เพราะการเปิดเผยอาจหมายถึงการต้องเผชิญแรงกดดัน และความอับอายจากคนในองค์กรเสียมากกว่าการได้รับความคุ้มครอง
ในระหว่างการพูดคุยดังกล่าว มีการระบุชื่อของผู้ดำรงตำแหน่งและจังหวัดที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน และภายหลังจากนั้น ยังมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำหลายครั้ง พร้อมทั้งมีการสอบถามว่ามีบุคคลใดบ้างที่รับทราบเรื่องนี้
Advertisement