Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กอ.รมน. ภาค 4 สน. ปรับแผน ตั้งด่านตรวจ-ซีลชายแดน เติมกำลังจากทุกฝ่าย

กอ.รมน. ภาค 4 สน. ปรับแผน ตั้งด่านตรวจ-ซีลชายแดน เติมกำลังจากทุกฝ่าย

4 ส.ค. 69
20:13 น.
แชร์

กอ.รมน. ภาค 4 สน. ปรับแผน ตั้งด่านตรวจ-ซีลชายแดน เติมกำลังจากทุกฝ่าย เฝ้าระวังเข้มข้น ชี้ ถูกตัดงบฯกำลังพล รอลุ้นแปรญัตติ พร้อมเดินหน้างานด้านการข่าว

(4 ส.ค. 2569) พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 สน.) กล่าวถึงข้อวิจารณ์เรื่องข้อบกพร่องด้านการข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จนทำให้ผู้ก่อเหตุความรุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐ รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ต้องเข้าใจบริบทของผู้ก่อความรุนแรง (ผกร.) ว่า แต่ละกลุ่มไม่ได้รู้จักกัน ซึ่งคนส่งอาวุธ และคนปฏิบัติการ จะเป็นคนละกลุ่มกัน ถือเป็นการตัดตอน ซึ่งการข่าวจะได้ภาพมาในระดับหนึ่งว่า พื้นที่ตรงไหนจะมีการก่อเหตุ จากนั้นก็ต้องนำมาวิเคราะห์ อย่างไรก็ตาม การเปิดปฏิบัติการไล่ล่าผู้ก่อเหตุในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุรวมตัวกันไม่ได้ เพราะแยกตัวกันหนีการจับกุม ฉะนั้นด้านการข่าวต้องมีความต่อเนื่อง

รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวว่า จากเหตุ ความรุนแรงที่เกิดขึ้น กอ.รมน. ภาค4 สน.บูรณาการงานข่าวกับทุกส่วน และนำมาประมวลวิเคราะห์ในเชิงพื้นที่ ก่อนที่จะใช้กำลังเข้าตรวจสอบ โดยเฉพาะการบีบขึ้นไปทางแนวชายแดน และบนภูเขาส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ในการเข้าถึงภูมิประเทศต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อย่างน้อยก็สร้างความยากลำบากให้กับผู้ก่อเหตุในการหลบหนี แม้กระทั่งในหมู่บ้านก็จะต้องมีความเข้มงวดมากขึ้น อย่างไรก็ตามในเชิงความปลอดภัยของกำลังพลก็ได้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนการตั้งจุดตรวจ ได้ปรับแผนทั้งระบบ ได้สั่งการตามนโยบาย ที่ผู้บังคำบัญชาระดับสูง ทั้งนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้นโยบายในการปรับหลายส่วน ซึ่งจะต้องมีการขับเคลื่อนต่อไป โดยมีจุดมุ่งหมายในการทำให้เหตุการณ์สงบ

"อย่างที่ทราบกันว่า ส่วนใหญ่ก็จะมีการข้ามไปที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นการซีลชายแดน จึงต้องมีการเพิ่มเติมมากขึ้น แม้จะมีกำลังจำกัด แต่ก็ทำควบคู่กับทุกภาคส่วน ไม่ว่า จะเป็นฝ่ายปกครอง, ตำรวจ ซึ่งทุกส่วนเข้าใจปัญหาดี ต้องยอมรับว่า เหตุที่เกิด เราเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ แต่ประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้ยังมีความมั่นใจยังไม่ต่างจากเดิม ในส่วนผู้ประกอบการ ทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านขายทอง เราได้ประสานการติดตั้งสัญญาณระบบเตือนภัย ซึ่งทำได้หลายจุดแล้วเพราะการจะให้ใช้กำลังไปนั่งเฝ้าทุกที่ทุกจุดคงไม่เพียงพอ ดังนั้นต้องใช้การจรยุทธ์ และทำงานกลางคืนมากขึ้นควบคู่กันไปด้วย"

รอง ผอ.รมน. ภาค 4 สน. ยังกล่าวถึงเป้าหมายของยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2566-2570 เพื่อส่งคืนพื้นที่ให้ฝ่ายปกครอง และพลเรือนดูแลอาจไม่สำเร็จตามที่ตั้งไว้ว่า การปฏิบัติการต้องมีจุดเริ่มต้น และจุดสิ้นสุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดหวังไว้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาระดับชาติ งานป้องกัน และปราบปรามการก่อความสงบ (ปปส.) เป็นงานที่ไม่มีจุดสิ้นสุด หรือกำหนดระยะเวลาได้ ถ้าขบวนการบีอาร์เอ็น หรือพูโล หรือกลุ่มใดก็ตาม ยังไม่หยุดก่อเหตุ และยังดำรงความมุ่งหมาย ถึงแม้เราจะกำหนดเวลา ก็ยังมีการก่อเหตุอยู่ ทุกฝ่ายมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหา และคาดหวังว่า ในปี 2570 จะส่งมอบให้ได้ แต่เมื่อผู้ก่อการร้าย ยังดำรงความมุ่งหมายสร้างมวลชนบิดเบือนความเชื่อต่างๆ ให้กับเยาวชน โดยเฉพาะในปัจจุบันพบว่า มีเด็กออกจากระบบการศึกษาจำนวนมาก ทำให้ถูกชักจูงได้ง่าย ซึ่งเราพยายามทำอย่างดีที่สุด ถ้านั่งนับดู 20 ปีที่ผ่านมา มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวนมาก ตำรวจ เสียชีวิตร่วมพันนาย

ส่วนงบประมาณ 2570 จะมีการลดกำลังพลลง หรือไม่นั้นคงต้องรอฟังการพิจารณาของ กอ.รมน. เท่าที่ทราบมีการตัดงบฯ ในส่วนนี้ และอยู่ในขั้นตอนของการแปรญัตติ

ด้าน พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวเสริมถึงแผนยุทธศาสตร์และนโยบายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2570 ว่า เรื่องแผนถือเป็นความท้าทาย ที่เราได้ตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่แรก ในแผนยุทธศาสตร์ชาติปี พ.ศ. 2561 ดังนั้นเมื่อมาถึงปี 2570 เราก็มีความคาดหวัง ที่จะดำเนินไปถึงเป้าหมาย โดยมีการประเมินว่า จะสามารถส่งมอบได้หรือไม่ รวมถึงต้องมีการพูดคุย และประเมินของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ดำเนินการไปถึงจุดไหน ซึ่งมีการปรับไปตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

พ.อ.เอกวริทธิ์ ยังกล่าวถึงในส่วนกำลังที่ใช้ในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันจะมีการลดงบประมาณ แต่ว่า กระบวนการยังไม่จบ โดยสามารถไปแปรญัตติ เพื่อให้ได้งบประมาณในการจัดกำลัง ซึ่งหากเป็นไปได้ก็จะมีการขอกำลังเท่าเดิม เพื่อให้สามารถควบคุมพื้นที่ได้ทั้งหมด โดยปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนในส่วนวิธีการการควบคุมพื้นที่ ซึ่งในปี 2570 จะมีการปรับเปลี่ยนการวางกำลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งการปรับกำลังจะเป็นการดำเนินการปีต่อปี ถือเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนานพอสมควร เพราะ 1 ปีสถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นต้องมีการปรับทั้งที่เป็นกองหนุน หรือหน่วยอื่นที่เข้ามาเพิ่มเติม เพื่ออุดช่องว่างในแต่ละพื้นที่ และเมื่อมาถึงปัจจุบันเราเห็นแล้วว่า ภาพทั้งหมดเป็นอย่างไร ซึ่งเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงต้องมีการปรับกำลังให้ได้ ตามภาพการข่าว และภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้สอดรับกันทั้งหมด

ทั้งนี้ต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งงานด้านการข่าว, กำลังพลที่มีอยู่ และสถานการณ์อื่นๆ นอกจากนี้ปัญหาไม่ใช่เพียงแค่สถานการณ์ความรุนแรง แต่ยังมีเรื่องของภัยแทรกซ้อน เนื่องจากพื้นที่ตามแนวชายแดนมีปัญหาหลายอย่าง เช่น กรณีรองแม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า เราเข้าไปควบคุมพื้นที่จำกัดเสรีการปฏิบัติของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงตามเทือกเขา และมีการเปิดปฏิบัติการ ซึ่งทำให้กลุ่มเหล่านี้แตกกระจาย ไปอยู่ในทุกส่วน ทั้งหลบในหมู่บ้านผ่านข้ามแดนออกไป ซึ่งปกติหลังจากก่อเหตุเสร็จ จะมีอยู่ 3 พื้นที่ด้วยกันคือ ขึ้นเขา, เข้าในหมู่บ้าน และข้ามพรมแดน ดังนั้นในพื้นที่ที่เป็นหมู่บ้าน ต้องใช้ความพยายามในการทำงานตามหลักการ ซึ่งใน 3 พื้นที่ดังกล่าวมีแนวทางในการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน โดยทุกภาคส่วนพยายามทำอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และพวกเราจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ที่จะสามารถทำได้

สำหรับเป้าหมายที่วางไว้ ย้ำว่า เป็นความท้าทายตั้งแต่เริ่มยุทธศาสตร์ชาติ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปก็มีการทบทวนแผน และปรับว่า ได้หรือไม่ได้ เพื่อให้สอดคล้อง ทั้งนี้แม้ว่า เราจะส่งมอบไม่ได้ แต่เราต้องดำเนินความมุ่งหมาย ในการเตรียมการเพื่อส่งมอบ

พ.อ.เอกวริทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนในฐานะรองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีหลายข่าวที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ค่อนข้างมีความหลากหลาย อีกทั้งยังมีกลุ่มแนวร่วมที่ทำงานด้านสื่อออนไลน์ จึงทำให้เกิดข่าวปลอมค่อนข้างมาก แม้กระทั่งขณะนี้ มีบางสำนักข่าว นำเสนอข่าวว่า สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด กรณียิงตำรวจเสียชีวิต ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสได้แล้ว ซึ่งไม่ใช่ความจริง แต่ยอมรับว่า คดีนี้มีความคืบหน้าอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับกรณียิงทหารพราน ที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี โดยมีการปล่อยข่าวว่า เกิดการปะทะในจุดต่าง ๆ หรือมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้แล้ว แต่สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริงคือ เรารู้ว่ากลุ่มไหนที่ทำ รู้ว่าผลพิสูจน์อาวุธปืนมีกี่คดี และที่ไหนบ้าง มีการออกหมายจับแล้วกี่คน มีการเชิญตัวมากี่คน ที่เหลือนอกจากนี้ คือไม่ใช่ข้อเท็จจริง

พ.อ.เอกวริทธิ์ ยังย้ำถึงคดี การยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตที่อำเภอตากใบ ระหว่างตรวจสอบพื้นที่ และติดตามเรื่องยาเสพติด ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุ แต่ว่า ผลการตรวจสอบปืนออกมาแล้ว ซึ่งบางสื่อมีการนำเสนอข่าวว่ามีความเชื่อมโยงกับเหตุที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ซึ่งจากการตรวจสอบปืน 1 กระบอกพบว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

ทั้งนี้อยากให้ประชาชนเชื่อมั่นในข้อมูลจากเพจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งมีข้อมูลที่ถูกต้อง และเชื่อถือได้ และพยายามนำเสนอข้อมูลให้รวดเร็วที่สุด เพื่อป้องกันข้อมูลที่สับสน

นอกจากนี้ พ.อ.เอกวริทธิ์ ยังกล่าวถึงคดีล่าสุด ที่มีการลอบยิงตำรวจ บริเวณหน้าสำนักงานสรรพสามิตปัตตานี ซึ่งกรณีนี้มีการไปจับกุมบุหรี่หนีภาษีมาก่อน และนำมาเปรียบเทียบปรับที่อำเภอมายอ ซึ่งก็ปรากฏว่า มีจักรยานยนต์หนึ่งคัน พร้อมกับมือปืนได้ยิงเข้ามา ส่งผลให้แม่ค้าขายบุหรี่ ได้รับบาดเจ็บ โดยก่อนหน้านี้มีข่าวทางสรรพสามิตอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับทางทหารว่า มีกลุ่มที่ต้องการจะทำร้ายอยู่แล้ว ดังนั้นอยากให้ทราบว่า ที่ไปที่มา ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด

สำหรับงานการข่าวของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าเป็นอย่างไรนั้น พ.อ.เอกวริทธิ์ กล่าวว่า ตนถือว่า เวลาเหตุไม่เกิดขึ้นนั่นคือ เราทำได้ดีมาตลอด 1 เดือนเราทำงาน 20-30 วัน อาจจะมีเหตุเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งเราพยายามป้องกัน ดังนั้นวันที่ไม่เกิดเหตุถือว่า เราประสบความสำเร็จ ในเรื่องงานด้านการควบคุมพื้นที่ หรืองานการข่าว ดังนั้นจะมองว่า สำเร็จหรือไม่นั้นคือ วันที่เราสามารถระงับไม่ให้เหตุเกิดขึ้นได้ ถือเป็นความสำเร็จในการจำกัดเสรีการปฏิบัติของเขา ซึ่งคนที่จ้องจะทำร้าย กับคนที่ป้องกันมีความแตกต่างกัน หากโอกาสมีทางหนีพร้อม ก็พร้อมที่จะก่อเหตุ แต่ส่วนของเราทำการป้องกัน คนน้อยไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ครบ ดังนั้นจึงพยายามชั่งน้ำหนักตามการข่าวในแต่ละพื้นที่ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะมุ่งไปป้องกันในพื้นที่หนึ่ง แต่ผู้ก่อเหตุ ก็เห็นช่องว่างอีกพื้นที่หนึ่งในการก่อเหตุ ซึ่งแต่ละฝ่ายก็พยายามปรับตัวตามวงรอบ เรามียุทธศาสตร์ เขาก็มียุทธศาสตร์ เมื่อถึงเวลาก็อยู่ที่จังหวะนั้น ใครจะทำได้ดีกว่ากัน

พ.อ. เอกวริทธิ์ ย้ำว่า การข่าวคือ เรื่องการประกอบกันหลายอย่าง อาจจะไม่แม่น 100% ก็ขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์การคาดการณ์ในแต่ละครั้ง แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง เราเพลี่ยงพล้ำ เราก็ต้องมาทบทวนตัวเองในการปรับปรับปรุงมาตรการให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งมีการทบทวนหลังการปฏิบัติในทุกเรื่อง และผู้บังคับบัญชาทุกระดับพยายามเน้นย้ำว่า ความเพลี่ยงพล้ำที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร และทำอย่างไรต่อ ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีพัฒนาการ และบางครั้งการลดกำลังในพื้นที่ก็จะเป็นปัญหาในการปฏิบัติของเรา

"มีการเปรียบเทียบกับกีฬาฟุตบอล ซึ่งแต่ละทีมจะมีผู้เล่น 11 คน และมีทีมหนึ่งชนะไป 5-0 ขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรก พอครึ่งหลังโดนใบแดง เหลือ 10 คน และอยู่ๆ ให้อีกทีม เอาผู้เล่นออกหนึ่งคน เพื่อที่จะให้เท่ากัน เป็นความคิดที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ ถ้าเราสามารถกำลังไว้ได้ แล้วเขาอ่อนด้อยกว่าเรา และสามารถกดเขาต่อ ทำต่อไป ไม่ใช่เรามาลดกำลัง เพื่อให้คนมันเท่ากันแล้วไปสู้กันอีก ซึ่งทุกอย่างต้องเกิดเสถียรภาพในการทำงาน ต้องสามารถควบคุมพื้นที่ได้ ไม่ใช่พอดีขึ้นจะลดกำลัง ไม่เช่นนั้นเราจะเท่าเขาทุกอย่าง เวลาเราทำการรบโดยปกติ การเข้าตี 3 ต่อ 1 ซึ่งถือเป็นหลักการรบอยู่แล้ว หากเรายังทำไม่ได้เท่านี้ และจะยังมีการลดจำนวนคน" พ.อ.เอกวริทธิ์ กล่าว

Advertisement

แชร์
กอ.รมน. ภาค 4 สน. ปรับแผน ตั้งด่านตรวจ-ซีลชายแดน เติมกำลังจากทุกฝ่าย