
(23 ก.ย. 2569) ที่ บ้านพระอาทิตย์ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายนิติธร ล้ำเหลือ นายปานเทพ พงษ์พัวพันธ์ นายพิชิต ไชยมงคล ร่วมกันแถลงข่าวเปิดแนวทางการเคลื่อนไหว "รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา" เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กรณีการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา
นายปานเทพ ระบุว่า จะมีการยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ในวันที่ 25 ก.ย. เวลา 10.00 น. เนื่องจากแม้จะมีมติ กกต. สั่งฟ้องฮั้วสว. แต่ยังไม่ครอบคลุมปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างต่อระบบและระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกลไกำารตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญ สว. ต้องเป็นอีกกลุ่มที่ไม่สัมพันธ์กับฝ่ายการเมืองในระบบ สส. และรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การเลือกคัดสรรองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การถ่วงดุลตรวจสอบผู้กระทำความผิด จึงกระทบต่อระบบทั้งหมด จึงเห็นว่ามติ กกต. ยังไม่ได้พิจารณาตามมาตรา 62 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
ทั้งนี้ กกต. ยังเปลี่ยนมติจากการอ้างของพยาน 3 ปาก ที่กลับคำให้การ โดยอ้างว่าไม่มีการไต่สวนหรือเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่น เช่น ข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น กกต. ได้ดำเนินการโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และ กกต. อาศัยการกลับคำให้การพยาน 3 ปาก ยังไม่มีการดำเนินการที่เกี่ยวกับการให้การเท็จ ใส่ร้ายพรรคการเมือง หรือเป็นการฮั้วอีกระบบ ที่คนกลับคำให้การไม่มีความผิด ไม่มีบทลงโทษ
และการอ้างว่ากลุ่มนี้ผิดก็มีอีกกลุ่มผิดด้วยนั้น เราเป็นภาคประชาชนไม่ได้สนใจว่าใครจะทุจริตการเลือกตั้งหรือไม่ แต่เรามีหลักการที่ว่าใครที่ทุจริตการเลือกตั้งไม่ว่ากลุ่มใดสีใด ต้องได้รับการลงโทษโดยไม่มีการตัดตอน การเลือกปฏิบัติ และไม่ใช้เหตุอ้างว่าทำผิดทั้งสองฝ่าย แล้วมีการยอมหรือตกลงประนีประนอมความ ดังนั้น กกต. ไม่ได้ใช้มาตรา 62 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 226 เอาผิดหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ซึ่งการกลับคำของพยานไม่สอดรับกับหลักฐานจำนวนมาก ทำเป็นขบวนการใหญ่ เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ ดังนั้นหากมีการยื่นหนังสือแล้วกกต. ยังไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน จะต้องถูกดำเนินการ ถูกตรวจสอบ ฟ้องร้องตามมา ตนจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามต่อกกต. ให้ทำหน้าที่อย่างถูกต้อง หยุดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากยังละเว้นอยู่ต้องมีการดำเนินการขั้นตอนต่อไป
นายพิชิต ระบุว่า คณะอนุชุดที่ 26 ทำงานมา 2ปี แต่กลับเชื่อพยานที่กลับคำให้การ3 ปาก เหมือนทำงานแค่ 2 วัน ซึ่งกกต. 5 คนถูกฮั๊วไปด้วยหรือไม่ จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนว่า เมื่อ กกต.ไม่อาจผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรม กระบวนการตรวจสอบการทำงานของกกต.ยังไม่สิ้นสุดจึงต้องไปตรวจสอบการทำงานของ กกต. อย่าให้มติ กกต. 5 คน เป็นมติของสีน้ำเงิน จึงอยากเชิญชวนประชาชนไปแสดงพลังในการเริ่มกระบวนการตรวจสอบการทำงานของกกต. และหยุดวงจรฮั้วประเทศไทยให้ได้
นายนิติธร ระบุว่า เรามีองค์กรกำกับดูแลการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยความสุจริตและเที่ยงธรรม ทุกคนมีความรู้ความสามารถ ดังนั้นกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เชื่อมั่นได้ว่าจะนำไปสู่ความสุจริตและเที่ยงธรรม และการเลือกตั้ง สว. กกต. มีหน้าที่ 3 ส่วนคือ ก่อนเลือกตั้ง ขณะการเลือก และหลังเลือกตั้งคือการรับรองผล ซึ่งการเลือกสว.เราเห็นภาพที่ไม่ได้ปกปิด มีกลุ่มบุคคลไปอยู่ที่เดียวกัน มีการแต่งตัวเหมือนกัน มีการจัดทำโพย ส่อให้เกิดการฮั้ว ซึ่ง กกต. มีหน้าที่หยุด ระงับ การเลือกตั้งได้ ตามกฎหมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกกต.เป็นเหมือนฝ่ายอำนวยการให้กระบวนการนี่ดำเนินการไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการ ดังนั้นถ้าจะบอกว่าเรื่องนี้มีการทุจริตมีการฮั้ว ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 คือ กกต. เพราะถ้ากกต.เบรกเรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขั้น แต่กกต.ปล่อยให้กระบวนการดำเนินการแล้วรับรองผลการเลือกตั้ง
ด้าน นายสนธิ กล่าวว่า ทำไมต้องจึงตัดสินใจว่าถึงเวลาที่ต้องรวมพลัง เคลื่อนไหวภาคประชาชนเพื่อเรียกร้องเอาประเทศไทยเราคืนมา ประเทศไทยที่เราต้องการคือประเทศไทยที่เรากำลังสู้มีหลักนิติรัฐหลักนิติธรรม ซึ่งมีคำถามว่าตกลงจะไล่รัฐบาลชุดนี้ออกหรือไม่ คำตอบคือไม่ต้อง เราไม่มีความปรารถนาที่จะไล่ออก แต่ต้องใช้ความกล้าหาญออกมาให้เห็นว่า การกระทำงานที่ช่อราฎบังหลวง การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การการช่วยเหลือพรรคพวกตัวเอง ยังมีสิ่งที่สำคัญ คือการพยายามครอบงำขบวนการขององค์กรอิสระ สำหรับภาพรวมถ้ากกต. ยังเป็นเช่นนี้ รับคำสั่งจากพรรคการเมือง ทั้งนี้ สว. ที่มีมลทินมีมติเลือกองค์กรอิสระมาหลายส่วน เช่น กกต. 4 คน ปปช. 4 คน การทำงานขององกรอิสระ แม้จะทำตามหลักการแต่ข้อเท็จจริงค้านสายตาของประชาชน กฎหมายเปเป็ยกรอบนึดถือ แต่เบื้องหลังการใช้กฎหมายถ้าทำด้วยความบริสุทธิ์ใจหรือการฟอกขาว ก็เป็นที่น่าสงสัย
เช่น ปปช. ฟอกขาวนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ทั้งที่รัฐธรรมนูญชี้ว่าผิดเรื่องใดบ้าง โดยโครงสร้างที่ภท. พยายามครอบงำ ซึ่งตอนนี้กกต. เป็นของพรรคการเมือง โดยเฉพาะกกต. และ ป.ป.ช. ที่มาจากผู้พิพากษา ทั้งชื่อ นายณรงค์ ชื่อ นายสุชาติ ที่มาฝั่งตุลาการ ซึ่งมีการฟอกขาว และช่วยเหลือภท. ซึ่งกระเทือนไปยังตุลาการศาลสถิตยุติธรรม นี่หรือคือศาลฎีกาคัดมาเพื่อส่งเข้าประกวด ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม ความกล้าหาญ มีไหมต้องตั้งข้อสงสัย การได้ตำแหน่งประธานต้องวิ่งไปหาผู้มีอำนาจที่คุมสว. อยู่ ซึ่งทุกคนต้องหยุดคิดหากผู้ตรวจ ต้องผ่านสว. ไปจนถึงศาลรธน. ก็ต้องผ่านสว. ดังนั้นใครครองสว. สามารถชี้เป็นชีตายได้ สำหรับคนที่ต้องการเป็นการคณะกรรมการอิสระ โดยขณะนี้มีการครวบคุม 70-80% ป.ป.ช. ยังปล่อยให้นายศักดิ์สยาม หลุดไป ดังนั้นหากเขาควบคุมข้อต่อ เมื่อประชาชนไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือร้องยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ในขณะยังไม่แก้ไขกกต. เขาก็มีคนอยู่ และมีเงิน 1.9 หมื่นล้าน ซึ่งเป็นส่วนต่างที่หายไป จนกระทั่งจับไอ้โมงไม่เจอ ดังนั้นคำถามคือจะเอาการเมืองที่เน่าและเป็นขยะมาใส่ตัวเราไปตลอดชีวิตหรือย่างไร เหมือนเป็นการตั้งราชวงศ์การเมือง ที่ไม่มีใครเข้าโค่นลงเลย ความถูกต้องไม่สำคัญ สำคัญคือจะเอายังไง
ส่วนที่มีการตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นคนพรรคภท. ภาพประจักษ์พยานมีทุกอย่าง และเป็นคนดูแลอนุกรรมการชุดที่ 36 จัดการเคลียร์เรื่องเรียบร้อย และได้รับแต่งตั้งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งการที่มาเป็นตำแหน่งนี้ เนื่องจากต้องมีการพิจารณาข้อหาอั่งยี่-ฟอกเงินสว. หากมีคนร้องว่าการฮั้วสว. มีการชุมนุมโรงแรม แจกโพย หน้าที่เขาต้องขจัดไขข้อข้องใจของประชาชนว่าไม่มีไม่ผิด ดังนั้นเขาจะไม่ได้ทำหน้าที่และไม่มีวันที่จะทำหน้าที่อย่างสุจริต ซึ่งตราบใดที่บุคคลนี้ยังอยู่ ข้อหานี้จะไม่มีวันไปถึงคนที่บงการอยู่ข้างบน วันนี้ตนสู้โดยการใช้พลังของประชาชน ลุกขึ้นมาต่อต้าน กดดันให้ทำงานในสิ่งที่ควรทำ อย่างไรก็ตามจะเป็นใดก็ตามเราก็ไม่สนใจ ต่อให้เป็นพรรคประชาชน เพราะเราไม่เชื่อในเรื่องหากไม่เลือกเรา เขามาแน่ พรรคอะไรเข้ามาเราไม่สนใจ แค่สนใจมีหลักนิติรัฐ นิติธรรม ที่ทำให้ประเทศมีความซื่อสัตย์ กล้าหาญ ทำงานไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ จะเป็นพรรคการเมืองใดก็ได้ไม่สนใจ คือขอให้พลังประชาชน มีพลานุภาพอย่างเข้มแข็ง เพื่อกดดันรัฐบาลไม่ว่าจะชื่อหรือมียี่ห้ออะไร ใครเป็นหัวหน้าพรรค ตอนนี้ประชาชนอึดอัดใจแต่ขาดความกล้าหาญ พวกเราจึงต้องเสียสละอออกมา และให้เขาด้อยค่า แต่เราทำทุกอย่างด้วยความเสียสละกล้าหาญ และย้ำว่าตนไม่ล้มรัฐบาล
เมื่อถามถึงการเตรียมยื่นหนังสือต่อ กกต. ในวันที่ 25 ก.ย. นายปานเทพ ระบุว่า ไม่ได้มีเพียงประเด็นพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. มาตรา 62 แต่รวมถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 226 ซึ่งเห็นว่าไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่น เช่น รับฟังพยาน 3 ปากกับคำให้การโดยไม่มีการดำเนินคดีเป็นไปได้อย่างไร มีการรับฟังเอกสารที่ลงวันที่เดียวกันเนื้อหาคล้ายกัน ไม่เรียกใส่สวนเพื่อยืนยันกับพยานหลักฐานหลักฐานก่อนหน้าที่เชื่อแล้วแลพลงมติโดยชุดที่ 26 มีความขัดแย้ง เป็นถึงอดีตผู้พิพากษา ไม่คิดไต่สวนแต่เชื่อกฎหมาย ส่อความไม่สุจริต หากสว. ถูกแทรกแซงครอบงำและนำไปสู่องค์กรอิสระ หมายความว่าต่อไปต่อไปหากทุจริตเลือกตั้งไม่ผิด เพราพพวกของตัวเองหรือไม่ เท่ากับฝ่ายการเมืองทำอะไรไม่ผิด ซึ่งจะปล่อยให้ทำลายระบบถ่วงดุลอำนาจในการตรวจสอบประเทศไทยจะอยู่อย่างไร โดยการยื่นคำร้องครั้งนี้จะอธิบายให้กกต. ฟังถึงหน้าที่ที่พึงกระทำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเรียบเรียงประเด็นให้ครบเพื่อเป็นหลักฐานว่ากกตอ ทุจริตต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองหรือไม่
ส่วนกรณีประธานกกต. ระบุว่า การวินิจฉัยยึดตามสำนวนไม่ได้พิจารณาตามกระแสสังคม นายปานเทพ ตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของ กกต. ซึ่งมาจาก สว. ชุดปัจจุบัน ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อน และไม่มีการพูดถึงกฎหมายตามที่ตนกล่าวถึง เพื่อพยายามหลีกเลี่ยงไม่พิจารณาตามมาตรา 62
เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวต่อเนื่องจะทำให้รัฐบาลเพิกเฉยหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า เชื่อว่าเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ แรงสะท้อนจะส่งกลับไปยังรัฐบาลแน่นอน และหากไม่มีการแก้ไข เราอาจมีการรวมตัวครั้งใหญ่ทั่วประเทศ โดยวันที่ 25 กันยายน นี้ ที่กกต. คนชลบุรี เริ่มถูกตำรวจถามว่านั่งรถอะไรเข้ามา หากไม่กลัวเหตุใดจึงใช้ตำรวจมาถาม วิธีการแบบนี้เป็นการต่อต้านประชาชน เหตุใดเมื่อตนเคลื่อนไหวจึงไม่มองที่เนื้อหา
"สนธิไม่ได้อะไรจากอนุทินหรือไม่ เมื่อไม่ให้จึงโกรธ เหมือนเมื่อ 22 ปีที่แล้ว สนธิเคยขอทักษิณช่วยแต่ทักษิณไม่ช่วยจึงโกรธ ซึ่งเป็นมุกห่วยๆ ที่ทันสมัยและใช้ได้ดีตลอดเวลา ซึ่งขอให้จับตาดูคดีกรงสอบท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ฃกับที่ปรึกษานายกฯ อาจต้องสละให้ถูกกล่าวหาและจะไปหยุดที่ ป.ป.ช." นายสนธิ กล่าว
Advertisement