
วันที่ 26 มิ.ย. ที่สำนักงานป.ป.ช. นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี กล่าวถึงกรณีที่เกิดกระแสวิจารณ์ อย่างเพจCSILA ว่าระหว่างระบอบสีน้ำเงินกับระบอบทักษิณอะไรน่ากลัวกว่ากัน ว่า น่ากลัวทั้งคู่ เท่าที่ตนดูผู้นำของระบอบสีน้ำเงินกับระบอบทักษิณมีความต่างกัน ที่ผู้นำของระบอบทักษิณดูมีความก้าวกว่า ต่างจากผู้นำของระบอบสีน้ำเงินที่ดูซอฟกว่า ในเชิงความรู้สึกด้วยความซอฟต์ของผู้นำจะช่วยได้เยอะกว่า แต่น่ากลัวตรงที่เป็นเจ้าของระบบเกือบทั้งหมดที่พยายามเทคโอเวอร์มีอิทธิพลเหนือกว่ามาก ต่างจากระบบทักษิณที่มีความพยายามจะเข้าไปแทรกแซง
แต่มองว่าหากใช้พฤติกรรมในทางที่มิอย่างนี้อันตราย เป็นตนอยากจะย้ำว่านับวันยิ่งทำให้คนกังวลใจ ใหม่ๆ ตนไม่กังวลใจมาก เพราะคิดว่าไม่น่าจะเลวร้าย แต่พักหลังในสภาฯ กลับเหิมเกริมในอำนาจมากขึ้น จึงขอเตือน พยายามให้พอดี อะไรที่เป็นประโยชน์ยึดประเทศชาติบ้านเมืองเป็นหลักจะผ่อนหนักเป็นเบา แต่หากเปรียบเทียบระบอบทั้ง 2 อย่าง ก็แย่ทั้งคู่
เมื่อถามว่ามองว่าจะไปถึงจุดเดียวกับระบอบทักษิณได้หรือไม่ นายแพทย์วรงค์ กล่าวยกตัวอย่างถึงเหตุการณ์ปิดไมค์ในสภาฯ เมื่อวานนี้ จากกระแสโซเชียลของประชาชน ว่าการปิดไมค์สส.คือการปิดหูปิดตาประชาชน หากมีพฤติกรรมอย่างนี้เรื่อยๆ คงจบไม่แตกต่างกันมาก คือไปต่อไม่ได้ อาจจะจบแบบใดก็คาดเดายาก เพราะเชื่อว่าประชาชนจะไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร
เมื่อถามว่าหากประเมินสถานการณ์จุดจบของระบอบสีน้ำเงินหากเดินหน้าในโครงการเสี่ยง นายแพทย์วรงค์ มองว่า ถ้ายังเดินหน้าในรูปแบบนี้ 1. ประชาชนไม่เอา เพราะกระแสประชาชนไม่เอามาเร็วมากแค่ 3 เดือนเปิดสภา ถ้าจะเดินหน้าต่อไปกระแสไม่ แรงต้านจากประชาชนจะแรงมากขึ้น ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลก็จะเสื่อมลง ความเสื่อมสลายก็จะเกิดขึ้นในระบบ รัฐบาลอาจจะแพแตก และพรรคภูมิใจไทยอาจจะแตก สุดท้ายก็มีคนบางคนไม่ไหวเหมือนกัน ถ้าปิดกั้นประชาชนหรือโกงกันมาก และ 2. เชื่อว่าจะไม่เกิดการรัฐประหาร เพราะเชื่อว่าการรัฐประหารไม่ใช่ทางออกของประเทศ เพราะเทศก็ต้องดันกันไปในรูปแบบนี้ เพราะ จะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ น่าจะมีอะไรที่ทำให้ปัญหาของชาติบ้านเมืองได้รับการแก้ไข
เมื่อถามว่า 3 เดือนสภาพของรัฐบาล ยังดูเหมือนค่อนข้างที่จะเดินลำบาก การคาดการณ์หรือไม่ว่าอายุของรัฐบาล จะอยู่ไปอีกนานเท่าใด นายแพทย์วรงค์ กล่าวติดตลกว่า 3 เดือนเหมือน 3 ปี ความรู้สึกของประชา ชน คือแบบนั้นจริง ๆ จึงขอเตือนว่า ตนไม่คิดมาล้มพวกท่านขอให้ปรับปรุงตัวเอง หากปรับปรุงตัวเองตนเชื่อว่าไปต่อได้ แต่ต้องให้เครดิตนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่บุคลิกซอฟต์ คนไม่ต้านมาก แต่ถ้าปล่อยให้องคาพยพขับเคลื่อนแบบนี้ ตนก็เชื่อว่าไปไม่ได้ แต่จะจบเมื่อใดไม่มีใครคาดเดาได้ จึงขอเตือนด้วยความหวังดี
Advertisement