
(22 มิ.ย. 2569) เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการแถลงผลการดำเนินการในการปราบสแกมเมอร์และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า
เรื่องปราบสแกมเมอร์ก็เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งตนได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แม้กระทั่งฝ่ายปกครองก็ร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อย่างจริงจัง และได้ติดตามการดำเนินการมาโดยตลอดทุกเดือนมาประชุมกันได้เห็นชัดเจนว่ากราฟคดีลดลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนเงิน ทรัพย์สิน ที่ยึดมาได้ก็เพิ่มมากขึ้น และยอดการหลอกลวงทุกอย่างลดลงทิศทางเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นการสร้างกราฟขึ้นมารายงานผู้บังคับบัญชา แต่เป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์จริงแล้วมาตรวจสอบ ทุกฝ่ายก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะช่วง 3 เดือนหลังที่เราปราบปรามอย่างจริงจัง การกระทำผิดลดลงไปเกือบ 60% เราก็ต้องทำให้มันหมดไปมากที่สุดเท่าที่ทำได้
เมื่อถามว่า นอมินีที่เกิดขึ้นที่ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ในส่วนภาคอื่นๆ มีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงไหนมีการกระทำเช่นนี้ก็ดำเนินการทั้งหมด ชลบุรี ระยอง เชียงใหม่ เชียงราย มีหมด ที่เราดำเนินการจริงจังเช่นนี้ มีการลงไปพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ก็จะมีการตื่นตัวในทุกจังหวัด ถ้าจังหวัดไหนยังปล่อยให้มีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งที่ทราบว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องพวกนี้แล้วก็ถือว่าเป็นความล้มเหลวทางประสิทธิภาพการทำงาน เมื่อมีความล้มเหลวมาเราก็ต้องหาคนที่มีประสิทธิภาพเข้าไปทำงานแทน
เมื่อถามว่าเป็นการประกาศเตือนกลุ่มนอมินีและผู้มีอิทธิพลรับทราบเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตอนนี้ไม่เตือนแล้วถ้าทำอยู่ก็จับเลยไม่มีเตือนทั้งดำเนินคดีทั้งยึดทรัพย์ ถ้าเนรเทศห้ามเข้าประเทศขึ้นบัญชีดำทุกอย่าง
Advertisement