
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน Kick Off "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" นายอนุทิน กล่าวว่า ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ทำเนียบรัฐบาลของพวกท่านทุกคน วันนี้ท่านได้มาร่วมกิจกรรมนี้ จะเห็นว่าไทยช่วยไทย ไม่ใช่แค่ 60 : 40 ไม่ใช่ซื้อของแค่ถูกลงเท่านั้น คำว่า พลัส เราพยายามทำทุกวิถีทางให้ต้นทุนในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อยู่ทั่วไป ในประเทศของเรานี้ได้มีต้นทุนชีวิตที่ลดลง และเราพยายามจะหาโครงการตามวิธีการต่างๆ ให้ประชาชน สร้างโอกาสสร้างรายได้ การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น รัฐบาลจึงมีนโยบายในการลดภาระค่าใช้จ่ายแก้ไขปัญหาหนี้สิน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วประเทศอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง
พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ให้ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพื่อพัฒนาสุขภาพในการประกอบอาชีพเพิ่มรายได้เสริมความเข้มแข็งของทุกครัวเรือนและชุมชน อันเป็นสิ่งที่สำคัญของการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาประเทศระยะยาว
นายอนุทิน ระบุว่า "ที่พูดเมื่อสักกี้พูด ก่อนอ่าน หลักในการคิดเพื่อที่จะหาสิ่งที่มาช่วยประชาชน มีความสอดคล้องกัน ถือว่าดี ถ้าเมื่อกี้พูดอีกอย่าง มาอ่านอีกอย่างแสดงว่าไม่เห็นพ้องกัน เราได้มีความเห็นที่ต้องการตรงกันแล้ว ดังนั้น หลังจากนี้ก็จะเป็นการขับเคลื่อนโครงการดีๆ เช่นนี้ ไปถึงมือของประชาชนให้เร็วที่สุด และครอบคลุมให้ให้ได้มากที่สุด"
วันนี้สำนักงานกองทุนหมู่บ้าน จึงได้ดำเนินการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนทหาร 79,610 กองทุน ในการเสริมสร้างสภาพคล่องให้กับประชาชนทั่วประเทศให้มีเงินทุนหมุนเวียนการประกอบอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง
นายอนุทิน ย้ำว่าโครงการนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการเพิ่มเงินทุนแต่เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบมากขึ้น จะได้ไม่ต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยสูงๆ แพงๆ สุดท้ายต้องทนสภาพนั้นไม่ได้ต้องถูกยึดหลักประกันต่างๆ เสียไร่นา บ้าน ซึ่งโครงการนี้จะสร้างโอกาสให้ประชาชนได้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง
การประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขอบคุณนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ตนเองได้มอบหมายให้กำกับดูแล สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติอย่างใกล้ชิด มีความเข้าใจในวิถีชีวิต ในสิ่งที่มีความต้องการของประชาชนในระดับฐานรากของประเทศ ให้อำนาจในการตัดสินใจ อำนาจในการจัดตั้งนโยบาย และการดำเนินการให้กับทางนางสุขสมรวย อย่างเต็มที่ เพื่อจะได้ทำงานร่วมกับทางผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน เพื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์สูงสุดเกิดขึ้นกับประชาชนทั้งหลาย ความร่วมมือทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น ขอให้ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เพราะเราจัดงบประมาณโครงการหลักการ ให้การช่วยเหลือประชาชนให้เขามีต้นทุนการลงทุนต่างๆ ได้ดีขึ้นไว้แล้ว
นายอนุทิน ระบุอีกว่า เมื่อสักครู่เห็นแล้วว่าเงินกองทุนหมู่บ้านได้สร้าง "หมอลำ" ที่มีชื่อเสียงมาแล้ว อย่าคิดว่าเป็นเงินเพียงเล็กน้อย เพื่อประคับประคองชีวิตไปวันๆ หากจับหลักและเปลี่ยนเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ เป็นที่ถูกใจ ชื่นชอบของผู้บริโภค ผู้ซื้อทั้งหลาย เป็นจุดเริ่มต้นที่อาจจะมองว่าเป็นจุดเล็กๆ จุดนี้ อาจจะนำไปสู่โอกาสอันยิ่งใหญ่ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ เราต้องรักษาวินัย มั่นใจว่าสิ่งที่เราได้ไป ต้องนำไปทำผลิตภัณฑ์ต่อทุน สิ่งที่เราอยากทำ อยากจะขาย อยากจะให้คนใช้ของๆ เรา ได้มีคุณภาพสูงสุด ถ้าเอาไปโปะนั่นโปะนี่ ถึงวันจ่ายมือถือ จ่ายค่าเน็ต นำออกไปจ่ายตรงนั้นก่อน สิ่งที่ทำมาและพยายามจะสร้างก็สูญเปล่า ในที่สุดก็คงจะเป็นหนี้สินอยู่เหมือนเดิม แม้ดอกเบี้ยจะลดลง แต่ถ้าเราทำด้วยวินัยของเราอย่างเต็มที่ หนี้สินเราก็จะหมดไป นี่เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนไม่ต้องไปจมปลักกับเงินกู้นอกระบบที่มีต้นทุนแพงอย่างมหาศาล ไม่ต้องไปเซ็นสัญญาทาสต่างๆ ทำให้เราเสียโอกาสและความเดือดร้อนไปถึงครอบครัวของเราด้วย
สิ่งที่ทำในวันนี้ แม้วันนี้เราจะเริ่มได้เงินงบประมาณ 4,500 ล้านบาท แต่ถ้าทำแล้วเกิดประโยชน์ เกิดผลสำเร็จเกิดประสิทธิภาพ เกิดการเพิ่ม ของความต้องการ ท่านก็สามารถเพิ่มอุปทานได้ ตรงนี้จะทำให้ ไล่ศึกษาว่าที่ดำเนินโครงการไทยช่วยไทย ดอกเบี้ย คนละครึ่ง กองทุนหมู่บ้าน มันประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม สร้างรายได้กระจาย ชูเศรษฐกิจ ก็เท่ากับว่าที่ทำไปก็ถูกต้อง เราต้องขยายและเพิ่มโอกาสเพิ่มวงเงิน เพิ่มการเข้ากลุ่ม ถ้าทำแบบนี้ได้ ประเทศไทยก็จะมีพวกท่านแทนที่จะมีแค่มานั่งรอว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือเรา รัฐบาลจะพวกท่านผู้ที่ต้องให้การช่วยเหลือหรือเปล่า หากทำให้ช่วยเหลือได้มีประสิทธิภาพได้ เกิดรายได้อย่างมีรูปธรรมรัฐบาลต่างหาก
ต้องบอกว่า ฐานรากของประชาชน เป็นตัวที่ส่งเสริมค้ำชูสร้าง ขยายเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย รัฐบาลถือว่าเป็นตัวหลักตัวหนึ่ง เพราะเป็นกลุ่มคนที่มากที่สุดในประเทศ การสนับสนุน การไว้วางใจ การมุ่งมั่นที่จะจะช่วยเหลือให้เป็นผลสำเร็จรัฐบาลพร้อมที่จะทำทุกอย่างให้เต็มที่ ซึ่งท่านก็สามารถที่จะมีโอกาสเพิ่มขึ้นต่อไป ก็จะเพิ่มไปข้างหน้าด้วยกัน เป็นพลวัตร เป็นปัจจัย นำไปสู่การเติบโตทุกด้านทางเศรษฐกิจเงินหมุนเวียนคุณภาพชีวิต ตลอดจนความมั่นคงความสงบสุขในบ้านเมือง มีอาชีพครบสมบูรณ์ รายได้มั่นคงยั่งยืน มีฐานลูกค้าติดต่อไปมาหาสู่ มีการซื้อจับจ่าย จากหมู่บ้านนี้ไปสู่หมู่บ้านหนึ่งเกิดเป็นเครือข่าย มันจะเป็นเครือข่ายที่เต็มไปด้วยมิตรภาพ ที่สนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สังคมก็มีแต่เรา ก็ไม่ไปยุ่งใคร อยู่กับการทำมาหากินสร้างรายได้ ยุ่งกับเรื่องที่ดีๆ ไม่มีเวลามากพอที่จะไปสร้างให้เกิดความขัดแย้ง การทะเลาะเบาะแว้งใดๆ ทั้งสิ้น นี่คือโอกาสคือความคาดหวังของรัฐบาลที่ต้องขอความร่วมมือประชาชนทางด้านทั้งหลาย ช่วยกันทำสิ่งเหล่านี้ให้สำเร็จเพื่อความแข็งแกร่งของสังคมเศรษฐกิจและประเทศด้วย
"ขอให้ทำให้สำเร็จเร็วเร็ว ผมอยากจะเซ็นงบฯ เพิ่มใจจะขาดอยู่แล้ว ตรงนี้เราช่วยกันให้วัตถุประสงค์ของทุกฝ่าย ได้บรรลุผลสำเร็จ ขอให้มีสุขภาพดีเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยเงินทองไม่ขาดกระเป๋า ขอให้มีความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับตนเองครอบครัวและประเทศของเราสืบต่อไปชั่วกาลนาน"
สำหรับโครงการนี้ เป็นการจัดสรรเงินเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 79,610 กองทุน เพื่อช่วยลดภาระดอกเบี้ยของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการกู้ยืมเงินไปพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมสภาพคล่องให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ซึ่งถือเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนระดับรากหญ้า ที่จะมีความสำคัญในการเสริมสภาพคล่อง สร้างเงินทุนหมุนเวียนได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างโอกาสสู่คุณภาพที่ดีของชีวิตให้กับคนในชุมชนและสามารถ "ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ" ได้อย่างแท้จริง
Advertisement