
นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยนายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หมายเลข 3 เขตจตุจักร หาเสียง ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก.
โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การลงพื้นที่เขตจตุจักร เพื่อนำเสนอนโยบาย การค้าขายง่ายส่งเสริมพื้นที่ค้าขาย และหวย SMEs กทม. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และขอคะแนนเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ตลาด อ.ต.ก. โดยเฉพาะนโยบายหวย SMEs กทม. ซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้วในประเทศไต้หวัน ว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้จริง ตั้งแต่เศรษฐกิจฐานราก ทำให้ร้านค้าที่เป็น SMEs มีคนเข้ามาซื้อขายมากขึ้น และเมื่อมีการบอกต่อจากคนที่ได้รับรางวัล โดยเฉพาะคนที่มาซื้อของจากร้านค้า SMEs ที่เข้าร่วมโครงการ ทุกๆ 20 บาท จะได้สิทธิ์ไปร่วมลุ้นรางวัล ซึ่ง กทม. จะจัดรางวัลไว้เดือนละ 10 ล้านบาท
คนที่ถูกรางวัลก็จะพูดแบบปากต่อปาก และเกิดการซื้อของผ่าน SMEs พี่เข้าร่วมโครงการมากขึ้นเรื่อยๆ ยืนยันว่าเป็นโมเดลที่ศึกษามาจาก กรณีที่ประสบความสำเร็จมาแล้วโดยเฉพาะในประเทศไต้หวัน ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูนก็เริ่มทำแล้ว หรือที่เรียกว่าลำพูนเพย์ แต่ กทม. ขนาดที่ใหญ่กว่าจังหวัดลำพูน ดังนั้นเชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ในพื้นที่ได้มากขึ้น
ขณะที่นายอภิวัฒน์ เปิดเผยว่าปัญหาเร่งด่วนในพื้นที่เขตจตุจักรคือการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมปัญหาการจราจร รวมถึงปัญหาขยะตกค้าง ซึ่งจากที่ตนเคยเป็นอดีต ส.ก. มาหนึ่งสมัยทำให้ทราบปัญหานี้ดี แม้จะแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ 100% ส่วนปัญหาด้านการจราจรและการเชื่อมต่อโครงสร้างพื้นฐานก็ยอมรับว่า ยังอำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่เต็มที่ เช่น บางจุดยังไม่มีหลังคา ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง พร้อมกันนี้ยังชูนโยบายปรับปรุงและพัฒนาตลาดในเขตจตุจักร เพราะหลายตลาดอยู่ในการดูแลของ กทม. ซึ่งหากได้ผู้ว่าฯ กทม.สังกัดพรรคประชาชน จะมีการพัฒนาและปรับปรุงตลาดให้ดีขึ้น
นายชัยวัฒน์ กล่าวเสริมว่า การลงพื้นที่นี้ไม่รู้สึกกดดัน ก่อนหน้านี้ก็เคยลงพื้นที่ไปแล้ว ก็ถือว่าได้รับเสียงตอบรับจากเขตนี้อย่างอบอุ่น ดังนั้นคิดว่าจะลงพื้นที่ทุกวันและทำให้ดีที่สุด พร้อมกับนำเสนอนโยบายต้องการทำให้ชีวิตคนในเขตจตุจักรดีขึ้นและง่ายขึ้น โดยเฉพาะการแก้ปัญหาขยะและปัญหาน้ำท่วม จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง และทำเรื่องเหล่านี้ให้ดีขึ้น โดยพร้อมที่จะนำเสนอนโยบาย แต่ละวันให้กับประชาชนได้รับทราบว่าทุกคนจะได้รับโอกาส
ส่วนกรณีที่มีการแต่งตั้งนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ปี 2549 เป็นประธานยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. จะดึงมาช่วยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า บทบาทของนายสุรพลหลัก ๆ จะเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษา เนื่องจากมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ กทม. โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบริษัทกรุงเทพธนาคม หรือการบริหารมหาวิทยาลัยนวมินทร์ฯ ที่อยู่ภายใต้สังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งก็ได้รับคำแนะนำนโยบายเชิงรุก ในช่วงที่มีการจัดทำนโยบาย ดังนั้นบทบาทของนายสุรพลคือการให้คำปรึกษา ให้ข้อเสนอแนะให้ทีมผู้สมัคร ในการจัดทำนโยบาย ส่วนเรื่องการเป็นผู้ช่วยหาเสียงยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน
Advertisement