
ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการลงสมัครผู้ว่าในครั้งนี้ได้มีการพูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ ว่า การลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในครั้งนี้เป็นการลงสมัครในนามอิสระ ยอมรับว่าได้พูดคุยกับทุกคนแล้ว ซึ่งมี สก.ที่หลากสี ตนเองอยากกล้าที่จะทำงานและอยากสื่อสารกับทุกสีอย่างไร้รอยต่อ จึงลงอิสระ เพราะเราคิดว่าจะได้รับเขาได้กับทุกคน
ส่วน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้กำลังใจอย่างไรนั้น ม.ล. กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ท่านก็บอกให้ทำไป และได้จับศีรษะของตนเองด้วย ถือเป็นการให้พร ซึ่งปัจจุบัน พล.อ. ประวิตร ไม่ยุ่งเรื่องการเมืองแล้ว และการลงในนามอิสระ มีข้อดีในเรื่องของนโยบาย สามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่าไม่มีบทจากพรรคการเมือง จะพูดหรือไม่พูดอะไร ดังนั้น สิ่งที่เห็นบนเวทีมาจากใจ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหากทม. ซึ่งตนเองพร้อมที่จะรับข้อเสนอและจะนำไปเป็นนโยบาย เพราะเป็นตัวของตนเอง สำหรับทีมงานและที่ปรึกษาที่เข้ามาช่วย ล้วนแต่เป็นคนเก่ง
ส่วนกระแสนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ค่อนข้างแรง จะสู้อย่างไรนั้น ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า นายชัชชาติ มีโอกาสทำงานมา 4 ปี แต่ 4 ปีนั้น ตนเองสามารถเพิ่มเติมได้ ซึ่งหลายเรื่องที่ประชาชนมองเป็นผลงาน อย่าง Traffy Fondue ซึ่งเป็นผลงานของ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ทำมาตั้งแต่ปี 61 แต่กลับมาดังในสมัยนายชัชชาติ ส่วนตัวมองว่าสามารถต่อยอดสิ่งเรานั้น กระแสที่เกิดขึ้น เพราะนายชัชชาติได้ทำงานมาก่อน แต่อยากให้ประชาชน ตระหนักว่าเราอยู่ในวิกฤต ทั้งพลังงาน เศรษฐกิจและสงคราม วันนี้เราต้องการคนที่นอกจากทำงานแม่บ้าน ซึ่งหน้าที่นี้ ผอ.เขต เป็นผู้ดำเนินการอยู่ และเราต้องการคนที่เป็นแม่ทัพ เพื่อนำพาคนฝ่าวิกฤตไปให้ได้ ส่วนตัวเชื่อว่าวันนี้วิกฤตยังมาไม่เต็มที่ สินค้า และการจ้างงาน จะมีปัญหามากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น ต้องให้โอกาสคนที่มองเห็นปัญหา และตนเองคิดว่าคนมองเห็นปัญหาเหล่านี้ รวมถึงมีแนวทางแก้ไขตามที่ได้แสดงวิสัยทัศน์ไปแล้ว ยืนยันเราพร้อมที่จะทำงานให้กทม. เพื่อให้ดีกว่าเดิม
Advertisement