
วันที่ 7 พ.ค. ที่รัฐสภา กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ยื่นหนังสือต่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี เพื่อขอช่วยผลักดันให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับสถานะ สิทธิประโยชน์ งบประมาณ และความรับผิดชอบของสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 3 ประเด็น คือ 1. ขอให้ยกเลิกบำนาญ 2.ขอให้ยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครอง และ 3.ลดจำนวนผู้ช่วย ทั้ง สส. และ สว.จาก 8 คน เหลือ 3 คน
นายอานนท์ กลิ่นแก้ว ประธาน ศปปส. กล่าวว่า เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ประชาชนของประชาชน ประเทศชาติ ซึ่งเห็นว่า สส.และ สว. เป็นตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการประจำ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ปฏิบัติงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซึ่งการมีเงินบำนาญ หรือสิทธิประโยชน์หลังพ้นตำแหน่ง อาจสร้างความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรม ในสายตาประชาชน โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศ ยังมีภาระงบประมาณ และประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ
นายอานนท์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องเอกสิทธิ์ ปัจจุบัน สส. และ สว.หลายคน ต้องคดี เช่น คดี ม.112 หรือคดีฟอกเงิน ซึ่งการมีเอกสิทธิ์ อาจถูกใช้เป็นช่องทางหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย โดยการทำหน้าที่ของ สส. และ สว. ควรอยู่ภายใต้ความกล้าหาญ ความสุจริต และความรับผิดชอบ ไม่ใช่อาศัยเอกสิทธิ์ปกป้องตนเอง จากการตรวจสอบของประชาชน หรือกระบวนการยุติธรรม
นายอานนท์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องจำนวนผู้ช่วย สส. และ สว. เห็นว่า ควรทบทวนให้เหมาะสม กับภาระงบประมาณของประเทศ จากเดิมที่มีมีอยู่ 8 คนให้เหลือ 3 คน เพื่อความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ ซึ่งงบประมาณดังกล่าว สามารถประหยัดได้ และควรถูกนำไปใช้ในภารกิจที่จำเป็น เช่น เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ซึ่งมองว่า จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง
ด้าน นพ.วรงค์ กล่าวว่า กรณีที่ขอให้ยกเลิกบำนาญทั้งของ สส. และ สว. รวมไปถึงการลดจำนวนผู้ช่วยของ สส. และ สว. เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกองทุนของอดีตผู้ดำรงตำแหน่ง สส. และ สว. ซึ่งไม่เพียงแต่ภาคประชาชนที่มายื่นเรื่องผ่านตนในวันนี้ แต่เชื่อว่า พี่น้องคนไทยก็ไม่มีใครเห็นด้วย ที่จะต้องให้ประชาชนมาเลี้ยงดู ทั้ง สส. และ สว. เมื่อตนเองไม่ได้ดำรงตำแหน่งตลอดชีวิต ดังนั้นตนจะรับเรื่องนี้ไว้ และช่วงบ่ายวันนี้จะมีวาระพิจารณาในสภา เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ซึ่งตนก็จะอภิปราย และฝากสาระสำคัญให้คณะกรรมการดังกล่าวพิจารณาในการยกเลิกเงินบำนาญ สส. และ สว. แต่การลดจำนวนผู้ช่วย สส. และ สว. จาก 8 คน เหลือ 3 คน จะเป็นอีกระเบียบวาระหนึ่ง เช่นเดียวกันกับการยกเลิกเอกสิทธิ์ สส. และ สว. ก็เป็นเรื่องของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อถึงวาระยกเลิกกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ตนจะรับเรื่องไว้ทั้งหมด และเมื่อถึงวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนก็จะเป็นปากเป็นเสียง ในการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ ย้ำว่าตนจะสู้เต็มที่ เพราะไม่ต้องการให้ผู้แทนของประชาชน มาเอาเปรียบประชาชน ซึ่งตนถือว่า ผู้แทนของประชาชน อาสาเข้ามาดูแลประชาชน ไม่ใช่ต้องให้ประชาชนมาเลี้ยงดูจนตาย ซึ่งเป็นการเอาเปรียบประชาชนเกินไป
Advertisement