Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
สดุดีฮีโร่! เปิดประวัติ "อส.ตร.บ้านโป่ง" เหยื่อกระสุนพ่อค้ายาสิ้นใจ

สดุดีฮีโร่! เปิดประวัติ "อส.ตร.บ้านโป่ง" เหยื่อกระสุนพ่อค้ายาสิ้นใจ

25 มิ.ย. 69
11:24 น.
แชร์

สดุดีฮีโร่! เปิดประวัติ "อส.ตร.บ้านโป่ง" เหยื่อกระสุนพ่อค้ายาสิ้นใจ เผยอดีตคนเคยพลาดกลับใจช่วยงานสืบสวน 8 ปี ครอบครัวเศร้าสูญเสียเสาหลัก 

วันที่ 25 มิ.ย. 69จากกรณีที่นาย กิตติภูมิ หรือ ภูมิ ชำแระ อายุ 38 ปี ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ สภ.บ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ระหว่างเข้าตรวจค้นรถยนต์ เป็นเหตุให้ นายธนกร แพ่งผล อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่อส.ตร.ของสภ.บ้านโป่ง บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่ได้นำนายธนกรส่งโรงพยาบาลโพธาราม ส่วนนายภูมิ ชำแระ ถูกวิสามัญคารถ  เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา 

โดยอาการของนายธนกรนั้นวิกฤต มีเลือดไหลออกมาตลอดเวลา ทางโรงพยาบาลต้องขอรับบริจาคเลือดเพื่อมาช่วยชีวิตนายธนกร และมแพทย์ได้นำตัวนายธนกรเข้าไปเอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อหาจุดที่ทำให้เลือดออกตลอดเวลา ก่อนที่จะแจ้งว่านายธนกรเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา 

จากนั้นวันที่ 24 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี ได้นำร่างของนายธนกร มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดโพธิ์รัตนาราม (วัดโพธิ์คู่) ต.ปากแรต  อ.บ้านโป่ง  จ.ราชบุรี 

ด้านนางสลิตา พื้นดอนเค็ง อายุ 41 ปี ภรรยาของนายธนกร ซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้า เล่าว่า ตนช็อคเพราะมันเร็วเกินไป  ไม่ทันได้มีการพูดคุยร่ำลากันเลย  ทำให้ตอนนี้ตั้งตัวไม่ทัน ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปยังไง แต่ตนก็ต้องเข้มแข็งเพราะตนยังมีลูกชายอีก 2 คนที่ต้องดูแล และอยากจะฝากบอกกับสามีว่า ไม่ต้องเป็นห่วงตนดูแลลูกๆ 2 คน และมีทางหน่วยงานหลายหน่วยมาช่วยดูแลในเรื่องการขอเรียนหนังสือให้กับลูกทั้งสองคนด้วย 

ทั้งนี้ตนภูมิใจในตัวสามี อยากให้เขารู้ว่ามีคนรักมากแค่ไหน กับความดีที่เขาทำมา แม้จะไม่ได้มีเงินมากแต่เขาก็ชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่น ตนเองขอบคุณทุกคนมากๆ เช่นกันที่มีน้ำใจให้กับสามีตน ตั้งแต่ตอนรับบริจาคเลือด ตนตื้นตันใจมากๆ 

ส่วนครอบครัวคนก่อเหตุ ตนยังไม่ได้พูดคุย แต่ตนก็ขออโหสิกรรมให้เขาเพราะต่างฝ่ายก็ต่างสูญเสีย ขอให้เขาไปสงบทั้งสองฝ่าย ไม่จองเวรจองกรรมกัน 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็คอยช่วยเหลือ ทั้งโทรถามตลอดว่าตนขาดเหลืออะไรหรือไม่ ย้ำว่าช่วยเหลืออย่างดีมากๆ จนตนรู้สึกเกรงใจมากจริงๆ 

ช่วงท้ายภรรยาบอกว่า เมื่อเช้านี้ตอนช่วง 6 โมงเช้า ตนได้กลิ่นคาวเลือด ตอนแม่มาปลุก ตนคิดว่าอาจจะเป็นสามีที่มาหาหรือไม่ ตนก็อยากบอกเขาว่าให้ไปดี หลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ตนจะทำทุกอย่างให้ดูที่สุด ทุกคนภูมิใจในตัวเขามากๆ 

ส่วนศพของนายธนกร นั้นจะมีสวดพระอภิธรรมตั้งแต่คืนวันที่ 24 มิ.ย. 69ไปจนถึง 27 มิ.ย. 69  และจะพิธีฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 69 

ด้าน พ.ต.อ.กอบโชค เล็กตระกูล ผกก.สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยในฐานะสถานีตำรวจต้นสังกัดว่า เรื่องการปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนการกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง มีคำสั่งหลัก คือชุดช่วยเหลือเจ้าพนักงาน หรือ อส.ตร. มี 3 สายงานได้แก่สายงานจราจร , ปราบปรามและสืบสวน ของนายธนกร อยู่ในสายงานปราบปราม มีหน้าที่บทบาทสายสืบ และช่วยเจ้าพนักงาน ซึ่งขอย้ำว่าวันนี้ เขาได้เสียสละและทำหน้าที่ อย่างทุ่มเท โดยเฉพาะในพื้นที่เขตบ้านโป่งมาไม่น้อยกว่า 8 ปี ยืนยัน เขาทำหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นคนเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่เสมอมา 

ดังนั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าพี่ธนกรมีความเสียสละ ตลอดจนความเป็นจิตอาสา ที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดราชราชบุรี และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนคณะกต.ตร. ต่างมีน้ำใจในการที่จะมีส่วนร่วมมุทิตาจิตในการร่วมไว้อาลัย ตลอดจนเรื่องของการจัดงานพิธีศพ 

พร้อมผู้กำกับการยังย้ำอีกว่า แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะค่อนข้างรุนแรงแต่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนยังคงมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะเพื่อนร่วมงานร่วม มีขวัญและกำลังใจที่ดี และยืนยันว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนมีความพร้อม และมีความเสียสละการทำหน้าที่อยู่แล้ว โดยเฉพาะด้านปราบปรามยาเสพติด ทุกคนต้องมีความทุ่มเท และเสียสละในทุกกมิติ ดังนั้นวันนี้ทุกคนก็พร้อมสานต่องานปราบปรามยาเสพติดต่อไป 

ขณะที่ พล.ต.ต.ปรัชญา ทองน้ำวน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี  เผยการเยียวการครอบครัวนายธนกร หลังจากนี้ว่า มีหลายภาคส่วน ในการมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมูลนิธิสงเคราะห์ข้าราชการตำรวจ และครอบครัว ตำรวจภูธรภาค 7 เป็นกองทุนของตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี จะมีการประชาสัมพันธ์ข้าราชการตำรวจทั้งจังหวัด ในการร่วมช่วยเหลือคนในครอบครัวเดียวกัน ตลอดจนเงินสหกรณ์และสำนักงานกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับการช่วยเหลือกรณีเหยื่ออาชญากรรมอยู่แล้ว ร่วมถึง ป.ป.ส. ก็จะมีเงินช่วยเหลือกรณีเป็นพลเมืองดี ช่วยเหลือจากการปฏิบัติหน้าที่แล้วเสียชีวิต 

ส่วนเรื่องของบุตรชายทั้งสองคน ที่อยู่ระหว่างการกำลังศึกษา ในส่วนนี้ในส่วนของข้าราชการตำรวจ ก็จะร่วมกันหาแนวทาง เพื่อช่วยเหลือให้บุตรชายทั้งสองคน ได้มีเงินในการศึกษาต่อ 

สำหรับมาตรการ ในกรณีเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ขอย้ำว่างานนั้นเป็นแค่ผู้ช่วย ซึ่ง จะต้องเป็นเป็นงานที่ไม่มีความเสี่ยง เป็นงานช่วยเหลือเบื้องหลังเล็กน้อย แต่กรณีนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะหน้าที่ของตำรวจจะต้องดูหน้างานอยู่แล้ว และจะประเมินว่าควรจะให้ อาสาตำรวจ เข้าไปช่วยเหลืองานในด้านใด ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุแบบนี้ จึงมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุกะทันหัน 

ส่วนเรื่องขวัญกำลังใจของอาสาตำรวจนายอื่น ตนเองเชื่อว่าทุกคนใจดี แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเพื่อนร่วมงาน พอเกิดเหตุสูญเสีย มองว่าทุกคนจะมีมีความรู้สึกเสียใจกันเป็นธรรมดา จึงเชื่อว่าการทำงานหลังจากนี้คงขับเคลื่อนไปเช่นเดิม เพราะอาสาตำรวจเป็นกลุ่มคนทำงานด้วยใจ 

ด้านของดาบตำรวจก้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนชุดจับกุมนายภูมิ เผยว่า นายธนกร ผู้ตาย ก่อนจะมาเป็นอาสาตำรวจเขาเคยเป็นสายลับมาก่อน สมัยเมื่อ 20 ปีก่อน เขาเป็นผู้ต้องหาคดีเสพ พอเขาโตขึ้นก็เลยกลับใจ แล้วมาช่วยงานตำรวจแทน เพราะเขาอยากจะช่วยน้องๆ ที่หลงเข้ามาเสพยาอยากให้น้องๆ กลับใจ 

อย่างวันที่เกิดเหตุ เขาก็พยายามจะเรียกนายภูมิให้ลงมาคุยกันดีๆ เพราะเขาเป็นคนรับข่าวมาว่านายภูมิยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 

ซึ่งหลังจากนายธนกร ผู้ตายเขาถูกยิง ทางเราก็ต้องทำตามยุทธวิธีให้นายภูมิหยุด ตามขั้นตอน และพยายามจะดึงตัวนายธนกร ผู้ตายให้ออกมา เพราะตนอยู่ข้างเขา จังหวะที่จะเข้าไปเอาตัวนายธนกร ผู้ตาย อยู่ๆ รถของนายภูมิก็มีเสียงสตาร์ทรถดังขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงอีกครั้งเป็นชุดที่ 2 

เมื่อปี 2567 นั้น ตนเคยล่อซื้อยาเสพติด จับผู้ต้องหาได้ 2 คน จำนวน 4000 เม็ด และเขาซัดทอดว่า เอามาจากนายภูมิ และเคยค้นบ้านเขามาก่อนแล้ว และปี 2568 ก็เข้าค้นบ้านภรรยาเขาที่บ้านโป่งเช่นกัน หลังจากนั้นนายภูมิก็ได้หลบหนี เปลี่ยนรถ เปลี่ยนทะเบียน ระวังตัวมาก ทำให้เราไม่เจอตัว จนเมื่อวันที่เกิดเหตุเราได้รับข้อมผุลมาว่าเขาอยู่ตรงไหน จึงได้เจ้าไป 

ส่วนการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปหลายคนนั้น นั่นคือยุทธวิธีข่มขวัญให้ผู้ร้ายเกรงกลัวไม่ต่อสู้ ซึ่งในการทำงานของชุดสืบเราแต่ละวัน มันคือวันที่ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว มันคือวันอันตราย ทำให้เราต้องป้องกันตัวอยู่เสมอ 

ซึ่งระหว่างทางที่กำลังเดินทางไปบ้านที่เกิดเหตุนั้น ผู้ตายขอติดรถมาด้วย ทำให้เขาไม่ได้ใส่เซฟตี้มาตามที่เคยทำ และจริงๆเขาไม่ใช่คน ที่ไปวิ่งจังผู้ร้าย ส่วนใหญ่เขาจะคอยดูแลผู้ต้องหา ซื้อข้าวซื้อน้ำให้อะไรแบบนั้นมากกว่า

Advertisement

แชร์
สดุดีฮีโร่! เปิดประวัติ "อส.ตร.บ้านโป่ง" เหยื่อกระสุนพ่อค้ายาสิ้นใจ