
มหากาพย์คดีฉ้อโกงประชาชนครั้งใหญ่ในจังหวัดสตูล กรณีขบวนการอดีตผู้บริหารท้องถิ่นและเครือข่ายนายหน้า "หลอกฝากบุตรหลานเข้ารับราชการ" โดยอ้างโควตาพิเศษและคำเฉลยข้อสอบ ล่าสุดคดีเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง ยกระดับมาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด ขณะที่หลังบ้านเกิด "เกมใต้ดิน" จ่ายเงินมัดจำปิดปากเหยื่อเพื่อประวิงเวลา
จุดเริ่มต้นการทุจริต ปี 2564 - 2565
กลุ่มขบวนการเริ่มออกอาละวาดในพื้นที่ อ.ควนกาหลง อ.ละงู อ.เมืองสตูล และ จ.ตรัง ชักชวนเหยื่อที่มีลูกหลานจบปริญญาตรี อ้างมีคำเฉลยข้อสอบและ "ช่องทางพิเศษ" เรียกรับเงินรายละ 300,000 - 700,000 บาท โดยเหยื่อบางรายหอบซองน้ำตาลจ่ายถึงบ้านพัก "นายกฯ" รวมผู้ตกเป็นเหยื่อคาดว่าไม่ต่ำกว่า 80 ราย
ปี 2565 - ต้นปี 2569 ผ่านการสอบท้องถิ่นมาหลายรอบ ลูกหลานชาวบ้านไม่มีรายชื่อบรรจุแม้แต่คนเดียว เมื่อทวงถามซ้ำๆ กลับถูกอ้างว่า "กำลังดูแลรายชื่อย้อนหลังให้" สุดท้ายความจริงปรากฏ ชาวบ้านแบกรับหนี้สินดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ไหวจนหลังชนฝา เปิดหน้าชน แฉกลางที่ว่าการอำเภอ 8 เมษายน 2569 10.00 น. ตัวแทนชาวบ้านกว่า 10 ราย รวมตัวเข้าแจ้งความที่ สภ.ควนกาหลง 13.30 น.: หอบหลักฐานเข้าร้องเรียนต่อ นายปารเมศ เห้งสวัสดิ์ นายอำเภอควนกาหลง เพื่อส่งหนังสือถึงผู้ว่าฯ และ มท.4
พฤษภาคม - มิถุนายน 2569 หลังตกเป็นข่าวใหญ่ อดีตผู้นำท้องถิ่นส่งตัวกลางประสานเหยื่อบางส่วน แอบตั้งโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยนอกรอบ เพื่อดึงเรื่องไม่ให้ขยายผลเป็นคดีฟอกเงินหรือคดีฉ้อโกงประชาชน
24 มิถุนายน 2569 ล่าสุด นางสาวดารินทร์ หย้งแก้ว ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูล แถลงความคืบหน้า ยอดร้องเรียนแรกเริ่ม 10 ราย ปัจจุบันถอนแจ้งความแล้ว 5 ราย (หลังเจรจาลงตัว) อีก 5 รายกำลังขยายผลตรวจสอบเข้มข้น และมีเจ้าทุกข์แจ้งความเพิ่มอีก 1 ราย
จากการเจาะลึกของทีมข่าวสืบสวนสอบสวน พบข้อเท็จจริงเบื้องหลังที่น่าตกใจเกี่ยวกับกรณีที่ผู้เสียหาย 5 รายแรกยอม "ถอนแจ้งความ" โดยแหล่งข่าวความมั่นคงในพื้นที่เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่การคืนเงินทั้งหมด แต่เป็นกลยุทธ์ "ซื้อเวลา" ของนักการเมืองท้องถิ่น
ข้อตกลงลับหลังบ้าน ผู้ถูกกล่าวหาได้ส่งเครือข่ายนำเงินสดมาวางเยียวยาให้เหยื่อก่อน รายละ 50,000 บาท โดยมีเงื่อนไขผูกมัดทางนิตินัยและพฤตินัยว่า "ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้ ห้ามผู้เสียหายนำเรื่องนี้ไปขุดคุ้ย พูดต่อ หรือให้ข่าวกับสื่อมวลชนเด็ดขาด" เพื่อแลกกับการสัญญาว่าจะทยอยจ่ายส่วนที่เหลือให้ครบ
กลยุทธ์นี้ทำขึ้นเพื่อลดกระแสสังคม บรรเทาความเชี่ยวกรำของพนักงานสอบสวน และป้องกันไม่ให้เข้าข่ายความผิด "ฉ้อโกงประชาชน" ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้และมีโทษจำคุกสูง รวมถึงป้องกันไม่ให้ ปปง. เข้ามาอายัดทรัพย์สิน
แหล่งข่าวจากชุดสอบสวน สภ.ควนกาหลง เปิดเผยกับทีมข่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนแน่นหนา และได้ ออกหมายเรียกครั้งที่ 1 แก่ผู้เกี่ยวข้องรายสำคัญแล้ว 2 ราย โดย 1 ในนั้นคือ "อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลควนกาหลง" ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ที่ถูกชาวบ้านซัดทอด
สถานะล่าสุดตัวอดีตนายก อบต. รายนี้ ได้หลบออกจากพื้นที่จังหวัดสตูลไปแล้วตั้งแต่วันที่ชาวบ้านรวมตัวประท้วง และยังไม่สามารถติดต่อได้โดยตรง
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุชัดเจนว่า คดีนี้เป็นนโยบายเด็ดขาดหากผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนดเวลาในหมายเรียก ขั้นตอนต่อไปจะดำเนินการ "ขออนุมัติศาลจังหวัดสตูลเพื่อออกหมายจับทันที" โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้จะมีการเคลียร์เงินนอกรอบกับชาวบ้านไปบ้างแล้วก็ตาม แต่คดีอาญาในส่วนที่ยอมความไม่ได้ยังต้องเดินหน้าต่อ
ขณะเดียวกัน ยังมีผู้เสียหายอีกนับสิบรายในอำเภอละงู และจังหวัดตรัง ที่ยังคง "เก็บตัวเงียบ" เนื่องจากความอับอายและกลัวอิทธิพล มืดแปดด้านผ่อนดอกเบี้ยรายวัน ซึ่งทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสตูลได้ประกาศเปิดประตูรับเรื่องเพิ่ม เพื่อทลายขบวนการซื้อขายตำแหน่งนี้ให้สิ้นซาก
Advertisement