Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทนายตั้ม บึ่ง จยย.สู้คดี! ไหว้สวย "ปานเทพ" กลางศาล ตัดพ้อทำไมใจร้ายจัง

ทนายตั้ม บึ่ง จยย.สู้คดี! ไหว้สวย "ปานเทพ" กลางศาล ตัดพ้อทำไมใจร้ายจัง

24 มิ.ย. 69
16:46 น.
แชร์

"ทนายตั้ม" บึ่งวิน จยย. ทะยานสู้คดี! ไหว้สวย "ปานเทพ" กลางศาล ตัดพ้อ "ทำไมใจร้ายจัง" ขอหายใจนอกคุกอยู่กับครอบครัว ยันไม่เคยขู่พยาน ท้ากลัวอะไรผม 

วันที่ 24 มิ.ย. 69 นาย ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทางมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดา โดยนั่งรถจักรยานยนต์เข้ามาที่ศาลอาญา หลังจากนาย ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และ น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ ทนายปุย ให้สัมภาษณ์เสร็จ โดยทั้งคู่ได้เดินสวนกันบริเวณจุดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ก่อนที่ "ทนายตั้ม" จะยกมือไหว้สวัสดีนายปานเทพ โดยนายปานเทพเพียงพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปขึ้นรถ 

ทนายตั้ม ระบุว่า วันนี้ตนเดินทางมายื่นคำร้องคัดค้านการขอถอนการประกันตัว เพราะตนมองว่าการที่เราใช้สิทธิเสรีภาพในการให้ข่าว หรือสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อตัวเรา มีสิทธิ์ทำได้ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือมีสื่อใหญ่ต่อว่าตนมาตลอด คาดว่าน่าจะเป็น 100 คลิปแล้ว ตนยังไม่ฟ้องกลับเลย 

“ผมออกมาแป๊บเดียวทำเรื่องเกี่ยวกับการฮั้วประมูล จะเอาผมกลับเข้าคุกอีกแล้วทำไมใจร้ายจังเลย ให้ผมออกมาหายใจข้างนอกบ้างอีกสักนิดนึง” ทนายตั้ม ระบุ 

ส่วนกรณีการฟ้องร้องตนเรื่องหมิ่นประมาทนั้น ที่ผ่านมาหากนับจริงๆ แล้ว ตนสามารถฟ้องกลับได้ และสามารถเอาสื่อใหญ่เข้าไปอยู่ในคุกได้เลย เพราะเขาเคยถูกคำพิพากษาจนถึงที่สุด ให้จำคุกโดยไม่รอลงอาญามาแล้ว และโทษก็เกินกว่า 6 เดือน ซึ่งที่ผ่านมาไม่รู้ว่าตนถูกด่าไปแล้วกี่คลิป ยังไม่ใจบางฟ้องกลับเลยสักเรื่อง ตนมองว่าอะไรที่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ  ตนอภัยได้ก็ให้อภัย ไม่ใช่จะมาเก็บทุกดอก มีความเคียดแค้นกัน ขอให้รู้จักการให้อภัยคนไม่ใช่มีการนำสื่อของตัวเองไม่รู้กี่สำนักให้มารุมด่าคนที่ตัวเองเกลียด ตนขอถามกลับว่าแบบนี้จะทำให้มีบรรทัดฐานได้อย่างไร เพื่อให้สื่อมีความน่าเชื่อถือ ขอให้วางตัวให้เป็นกลางเหมือนกับสำนักข่าวดีๆคนอื่นเขา

ส่วนประเด็นที่นายปานเทพมีการยื่นคัดค้านในประเด็นอะไรบ้างนั้น ทนายตั้ม ระบุว่า ตนทราบว่าวันนี้นายปานเทพมายื่นคัดค้านการที่กล่าวหาว่าตนไปข่มขู่พยาน ซึ่งตนมองว่าการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายมันไม่ใช่การข่มขู่ นายปานเทพอาจจะไม่ได้จบกฎหมายมา แต่ทนายความที่มาด้วยควรจะอธิบายให้ฟัง การที่บอกว่าตนจะดำเนินคดีเรื่องนี้เรื่องนั้นมันไม่ใช่การข่มขู่ 

เมื่อถามว่าการที่ทนายตั้มออกมาโต้แย้งนั้น เป็นเพราะไม่เชื่อในกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ ทนายตั้ม ระบุว่า ตนเชื่อในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ซึ่งในทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์ตนก็น้อมรับในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ตนไม่เห็นด้วยในบางประการจึงต้องอุทธรณ์ ซึ่งประเด็นในคดีตนก็พยายามไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะหลังจากนี้ก็ต้องไปสู้กันในช่องทางอุทธรณ์ วันนี้ศาลชั้นต้นก็ได้ให้โอกาสประกันตัวมาเพื่อต่อสู้คดีแล้ว 

ส่วนกรณีที่ทนายตั้มยื่นประกันตัวในวงเงินประกัน 1 ล้านบาท ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับความเสียหายที่มีมูลค่าถึง 72 ล้านบาท ทนายตั้ม ระบุว่า ในกฎหมายระบุไว้ว่าไม่ให้เกิน 1 ใน 3 ของความเสียหาย และก็อยู่ในดุลยพินิจของศาลด้วย ที่ผ่านมาก็เคยมีกรณีที่มีความเสียหายหลักพันล้าน ก็ประกันตัวในวงเงินประมาณนี้ ส่วนเงื่อนไขที่ศาลกำหนดมาตนก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม 

เมื่อถามว่าที่รีบมาคัดค้านการเพิกถอนประกันตัวเป็นเพราะกังวลใช่หรือไม่ ทนายตั้มยอมรับว่ากังวล ว่าทำไมใจร้ายกับผมจังเลย ผมจะออกมาอยู่กับครอบครัวได้ไม่ถึงเดือนเลย อยากให้ผมกลับเข้าไปอีกแล้ว กลัวอะไรกันหรือเปล่าในการที่ผมออกมาข้างนอก 

โดยก่อนที่ทนายตั้มเข้ามาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน มีจังหวะที่ได้เจอกับอาจารย์ปานเทพ ได้ทักทายกันหรือไม่ ทนายตั้มระบุว่า ตนก็สวัสดีอาจารย์ปานเทพ เนื่องจากตนเคารพผู้อาวุโสกว่า ทักทายกันตามปกติตนไม่ได้โกรธที่มีการมาทำอะไรตนแบบนี้ สำนักข่าวใดจะมาด่าว่าก็ตามแต่ล้วนแต่มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ 

ส่วนกรณีที่ทนายตั้มได้มีการโพสต์ข้อความถึงมาดามอ้อยในเชิงการขอโทษ มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะนำมาใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลหรือไม่ ทนายตั้มระบุว่า เรื่องนี้อาจารย์ปานเทพต้องรู้สถานะตัวเองก่อนว่าเป็นเรื่องระหว่างตนและพี่อ้อย อาจารย์ปานเทพไม่ควรมายุ่ง ซึ่งหากเป็นชาวบ้านพูดกันก็คงต้องพูดว่า ”ไม่ควรยุ่ง“ อีกทั้งตนยืนยันว่าในโพสต์ของตนบอกชัดเจนว่าต้องการสื่อสารกับพี่อ้อยเท่านั้น รวมถึงคดีนี้ศาลสืบพยานจนเสร็จแล้วตนไม่สามารถยื่นหลักฐานเพิ่มเติมได้ และจะไม่มีการนำโพสต์นี้ไปใช้ในชั้นศาลอุทธรณ์ด้วยเช่นเดียวกัน 

อย่างไรก็ตามตนได้เตรียมหนังสือคัดค้านการเพิกถอนประกันตัว อ้างว่าตนคุกคามพยาน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอจะฟังได้ว่าเป็นการกดดัน แทรกแซงคดี และหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่สำนวนแล้ว จึงไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าตนจะเข้าไปยุ่งเหยิง หรือส่งผลกระทบกับการพิจารณาได้แล้วในศาลชั้นต้น 

ประเด็นที่ 2 เป็นประเด็นที่ตนได้แถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อสาธารณะ และสื่อมวลชน เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและปกป้องสิทธิของตนเอง อันเนื่องมาจากผลกระทบด้านชื่อเสียง โดยการเปิดเผยข้อเท็จจริงของตนไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาท และไม่ได้มีเจตนาข่มขู่หรือแทรกแซงใครเลยรวมถึงตลอดระยะเวลาที่ตนได้หรือถูกปล่อยตัวชั่วคราว ตนก็ฟังคำสั่งศาลมาโดยตลอด ไม่เคยฝ่าฝืนเงื่อนไข และไม่เคยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยสรุปแล้วว่าหลักฐานที่อาจารย์ปานเทพมายื่นร้องมันไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะมีการคัดค้านการถอนประกันตัว

Advertisement

แชร์
ทนายตั้ม บึ่ง จยย.สู้คดี! ไหว้สวย "ปานเทพ" กลางศาล ตัดพ้อทำไมใจร้ายจัง