
วันที่ 24 มิ.ย. 69 จากกรณี กองกำลัง MGY ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาในภูมิภาคมะกเว (Magway Region) V (First Person View) พุ่งเข้าชนเป้าหมายโดยตรง ส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์ได้รับความเสียหายเมื่อวานนี้
โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนได้วิเคราะห์ข้อมูลที่ปรากฏในภาพบันทึกการปฏิบัติการ พบว่า นักบินโดรนใช้โหมดการบินแบบ Air Mode ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมอากาศยานได้อย่างมีเสถียรภาพ แม้ในสถานการณ์ที่ต้องเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ขณะที่หน้าจอควบคุมไม่ปรากฏข้อมูลช่องสัญญาณสื่อสาร ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าโดรนลำดังกล่าวอาจใช้ระบบควบคุมผ่านสายไฟเบอร์ออปติก ซึ่งมีข้อได้เปรียบด้านการป้องกันการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ จากลักษณะภูมิประเทศและมุมมองของกล้องซึ่งเป็นเลนส์มุมกว้าง คาดว่าโดรนบินอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 200 เมตรเหนือพื้นดิน
ส่วนระยะเวลาในการปฏิบัติการนับตั้งแต่เริ่มหมุนใบพัดจนถึงเข้าชนเป้าหมายอยู่ที่ 2 นาที 22 วินาที หรือประมาณ 142 วินาที หากคำนวณจากความเร็วเฉลี่ยราว 15 เมตรต่อวินาที จะประเมินได้ว่าจุดปล่อยโดรนอาจอยู่ห่างจากเป้าหมายประมาณ 2.1 กิโลเมตร
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นถึงแนวโน้มการใช้โดรนต้นทุนต่ำในสนามรบสมัยใหม่ โดยโดรน FPV ที่ใช้ในการโจมตีมีมูลค่าประมาณ 35,000 บาท ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง Mi-17 มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าเชิงยุทธวิธีของอากาศยานไร้คนขับในการสร้างความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์มูลค่าสูงของฝ่ายตรงข้าม
ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากกองทัพเมียนมาเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการโจมตีดังกล่าว
Advertisement