
วันที่ 29 เม.ย. 69 จากกรณี สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จพระราชดำเนิน เยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ (State Visit) เป็นเวลา 4 วัน ถือเป็นการเยือนระดับประมุขของรัฐครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2550
เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยาวนานระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ ในวาระที่สหรัฐฯ กำลังมุ่งสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศเอกราช ในการนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และ สุภาพสตรีหมายเลข 1 เมลาเนีย ทรัมป์ ถวายการต้อนรับพระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ณ บริเวณเซาท์พอร์ติโกของทำเนียบขาว โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ร่วมดื่มน้ำชายามบ่าย ณ ห้องสีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องรับรองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น
โดย ประธานาธิบดี ทรัมป์ พา สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ทอดพระเนตรรังผึ้งจำลอง ที่ออกแบบเป็นรูปทรงของทำเนียบขาว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการผลิตน้ำผึ้ง ในทำเนียบขาวที่มีมาอย่างยาวนาน เพื่อเป็นการสื่อถึงความสนใจส่วนพระองค์ของพระเจ้าชาร์ลส์ ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติด้วย
ขณะที่เฟซบุ๊กเพจ “The White House” ของทำเนียบขาว โพสต์ภาพคู่ระหว่าง สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมข้อความระบุว่า “TWO KINGS. 👑”
ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าว อาทิ ฉันเห็นพระราชาอยู่ทางซ้ายและตัวตลกในราชสำนักอยู่ทางขวา, สัปดาห์หนึ่งเป็นพระเยซู อีกสัปดาห์ก็เป็นกษัตริย์ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?, แคปหน้าจอไว้ก่อนที่พวกเขาจะลบมันนะ เป็นต้น
ขณะที่นาย เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นว่า “นี่ทรัมป์ ถึงขนาดให้เพจทำเนียบขาว ยกตัวเองว่าเป็น king เลยเหรอ โหยย”
Advertisement