
เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรุนแรงทางตะวันตกของโคลอมเบีย เมื่อกลุ่มก่อการร้ายลอบวางระเบิดบนทางหลวงสายแพน-อเมริกัน (Pan-American Highway) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีอย่างน้อย 14 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 38 คน ถือเป็นเหตุโจมตีครั้งนองเลือดที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2026
สถานที่เกิดเหตุ อยู่บนเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญ "ทางหลวงสายแพน-อเมริกัน" ช่วงบริเวณจังหวัดเคาคา (Cauca) ซึ่งเชื่อมต่อการเดินทางไปสู่ประเทศเอกวาดอร์
รายงานเบื้องต้นระบุว่า ผู้ก่อเหตุได้ใช้ระเบิดอานุภาพสูงโจมตีในขณะที่มีรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลหนาแน่น ส่งผลให้ยานพาหนะหลายคันได้รับความเสียหายยับเยินทางการยืนยันผู้เสียชีวิต 14 ราย และผู้บาดเจ็บ 38 คน ถูกเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง โดยบางรายมีอาการสาหัส
รัฐบาลโคลอมเบียได้ประณามเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างรุนแรง ว่าเป็นพวกฟาสซิสต์และผู้ค้ายาเสพติด พร้อมประกาศให้มีการติดตามล่าตัวกลุ่มนาร์โก-เทอร์เรอร์ (Narco-terrorist) นี้ไปทั่วโลก โดยระบุชัดเจนว่าเป็น "การก่อการร้าย" ต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ พร้อมสั่งยกระดับมาตรการความมั่นคงสูงสุดทั่วทั้งจังหวัดเคาคาและพื้นที่ใกล้เคียง
นายเปโดร ซานเชซ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม) ระบุว่า
"การโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายครั้งนี้เป็นการแสดงความอ่อนแออย่างขลาดเขลาขององค์กรอาชญากรรมที่มีผู้นำอันตรายคือฉายา ‘Marlon’ เราได้เพิ่มเงินรางวัลนำจับตัวเขาเป็น 5,000 ล้านเปโซ (ประมาณ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)"
ขณะนี้กองกำลังความมั่นคงได้ปิดล้อมพื้นที่เพื่อเร่งล่าตัวผู้กระทำผิด ซึ่งเบื้องต้นพุ่งเป้าไปที่กลุ่มติดอาวุธนอกกฎหมายที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการกวาดล้างของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้การสัญจรบนทางหลวงสายแพน-อเมริกัน ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการขนส่งสินค้าและการเดินทางระหว่างประเทศต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว สร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาคละตินอเมริกาอย่างเลี่ยงไม่ได้
Advertisement