
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 15 เม.ย. 69 ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุง มัสกัส ประเทศโอมาน นาย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเยือนประเทศโอมานครั้งนี้ว่า เป็นการเดินทางมาในช่วงที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางตึงเครียด แต่เพราะไทยมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องพลังงาน ซึ่งกว่า 50% พลังงานที่ใช้ในประเทศไทย ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงพยายามที่จะขอเข้าพบกับบุคคลสำคัญของฝ่ายโอมาน เพราะโอมาน เป็นประเทศที่อยู่ในพื้นที่ และพยายามวางตัวเแป็นกลาง เป็นผู้ไกล่เกลี่ยในความขัดแย้งนี้ จึงอยากฟังมุมมองว่าประเมินสถานการณ์อย่างไร
อีกทั้งโอมานกับอิหร่านก็เป็นประเทศชายฝั่งที่มีส่วนในการดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงจะได้ถามถึงความคืบหน้าในการพิจารณาให้เรือขนส่งสินค้าไทย ที่ตกค้างอยู่ 9 ลำ ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย
ส่วนวันนี้ได้มีโอกาส พบกับรองนายกรัฐมนตรีโอมาน ยังมีความห่วงใยในสถานการณ์ตะวันออกกลาง และเห็นตรงกับไทยว่า สงครามไม่ควรเกิดขึ้น ควรอยู่ภายใต้กฎบัตร และกติการะหว่างประเทศ แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องพยายามหาทางให้ยุติลงโดยเร็วที่สุด เพราะตอนนี้สงครามกินระยะเวลายาวนานขึ้น ไม่ได้สร้างความสูญเสียในภูมิภาคนี้เท่านั้น ยังส่งผลกระทบไปยังนอกภูมิภาคด้วย ซึ่งตอนนี้ทุกฝ่ายฝากความหวังไว้กับการเจรจาที่ปากีสถานในฐานะผู้ประสานงาน แม้ว่ารอบแรก จะไม่ประสบผลสำเร็จ และเชื่อว่าอาจจะไม่ใช่การคุยกันเพียงครั้งเดียว แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความจริงจัง และความพยายามในการพูดคุย แต่อย่างไรก็ตามทั้งโอมาน และไทย เห็นตรงกันว่าอยากให้การเจรจาในรอบที่สองยังคงไว้ซึ่งการหยุดยิง และขยายเวลาออกไปเรื่อยๆ จนกว่าการเจรจาจะบรรลุผล และในระหว่างที่มีการหยุดยิง ควรมีมาตรการเปิดให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
นายสีหศักดิ์ ยอมรับว่า เป็นห่วงสถานการณ์กำลังยุ่งยากขึ้น หลังสหรัฐฯ ขู่จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ แต่จะปิดได้แค่ไหน ไม่มีใครรู้ ปิดจริงๆ หรือจะปิดเพื่อสร้างอำนาจต่อรองหรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้ ดังนั้นอยากให้ทุกฝ่ายยายามให้โอกาสกับการเจรจาและการทูต ให้หยุดยิงอย่างต่อเนื่อง ผ่อนคลายการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยด้วยว่า ได้ใช้โอกาสนี้ ขอบคุณรัฐบาลโอมาน ที่ช่วยเหลือลูกเรือของเรือมยุรี นารี 20 คนไว้ได้อย่างปลอดภัย ส่วนอีก 3 คน ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว อยู่ระหว่างพิสูจน์ตัวตน ก่อนส่งกลับประเทศไทย
ขณะเดียวกัน ยังได้สอบถามโอมานด้วยว่า จะมีช่องทางในการติดต่อกับอิหร่าน เพื่อขอให้อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยเรือขนส่งสินค้าของไทย ซึ่งทางรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการกลาโหมโอมาน ยอมรับว่า สถานการนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การติดต่อกับอิหร่านมีหลายช่องทาง มีความซับซ้อน แต่อย่างไรก็ตามทางโอมาน ยืนยันว่าจะช่วย จึงได้ส่งรายละเอียดของเรือไทยทั้งหมด ให้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการกลาโหมโอมานแล้ว เพื่อให้ช่วยประสานงานให้ แต่ก็ไม่รู้ว่าในสถานการณ์นี้โอมาน จะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน แต่ไม่ว่าจะมีช่องทางไหน รัฐบาลไทยก็ต้องทำ
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า กลาโหมโอมานให้ความสนใจทำข้อตกลงซึ่งเรือยกพลขึ้นบก ที่ผลิตโดยเอกชนไทย จำนวน 4 ลำ ทำให้เห็นถึงศักยภาพของเอกชนไทย
ส่วนการพบ และหารือกับ รมว.พลังงานและแร่ธาตุและคณะ ได้ใช้โอกาสนี้สอบถามถึงการซื้อขายพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดิบและก๊าซ หากไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนโอมาน มีพลังงานขายให้ไทยหรือไม่ ซึ่งทางโอมาน ยอมรับว่า ต้องดูช่วงการผลิต บางช่วงอาจผลิตเกิดกว่าที่เหลือใช้ เหลือขายแล้วก็จะสามารถส่งให้ไทยได้ จึงต้องมาตกลงคุยในรายละเอียดกันว่าจะขายให้ในปริมาณเท่าไหร่ ราคาเป็นอย่างไร ซึ่งโอมาน ยืนยันว่า หากมีเหลือก็พร้อมหารือซื้อขายกับไทย ผ่านบริษัทนายหน้า นอกจากนี้ยังหาเรื่องการซื้อปุ๋ย จากโอมานด้วย
ส่วนการพบกับ รมว.ต่างประเทศโอมาน ประเด็นสำคัญก็จะคล้ายกับที่ได้หารือกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการกลาโหม โดยเฉพาะต้องการให้ช่วยสื่อสารคำขอของไทย ไปยังอิหร่าน ทั้งนี้รัฐบาลไทยพยายามหาทุกช่องทาง เพื่อให้คำขอของเราไปถึงรัฐบาลอิหร่าน
Advertisement