
วันที่ 14 เม.ย. 69 ที่กรุงปักกิ่ง สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุดรัฐบาลจีนส่งสัญญาณเตือนโดยตรงถึงรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และกองทัพเรือสหรัฐฯ ประกาศจุดยืนแข็งกร้าวท่ามกลางมาตรการปิดล้อมทางทะเล โดยยืนยันว่าเรือสินค้าของจีนจะต้องสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติ
พลเรือเอก ต่ง จวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีน แถลงยืนยันยุทธศาสตร์ของปักกิ่งผ่าน 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อตอบโต้มาตรการกดดันจากสหรัฐฯ ดังนี้
เรือพาณิชย์ของจีนต้องสามารถสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างต่อเนื่องและปกติ โดยจะต้องไม่ได้รับผลกระทบจากการประกาศปิดล้อมของสหรัฐฯ
จีนจะเคารพและปฏิบัติตาม "ข้อตกลงด้านการค้าและพลังงานกับอิหร่าน" อย่างเคร่งครัด พร้อมเตือนให้ฝ่ายที่สามหลีกเลี่ยงการแทรกแซงความสัมพันธ์ทวิภาคีดังกล่าว
จีนระบุชัดเจนว่า "อิหร่านเป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ" และเส้นทางยุทธศาสตร์นี้ยังคงเปิดกว้างสำหรับจีนเสมอ ซึ่งถือเป็นการยอมรับอำนาจเหนือพื้นที่ทับซ้อนทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างเป็นทางการ
"เรามีข้อตกลงทางการค้ากับอิหร่านที่เราต้องรักษา และเราคาดหวังว่าผู้อื่นจะไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการของเรา" พลเรือเอก ต่ง จวิน ระบุ
นอกจากการเผชิญหน้าทางทะเล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่อ้างว่าปักกิ่งเตรียมส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธให้แก่อิหร่าน โดยประณามข้อกล่าวหานี้ว่าเป็น "การใส่ร้ายป้ายสีอย่างไร้หลักฐาน"
การตอบโต้ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะยกระดับสงครามการค้าด้วยการ ปรับขึ้นภาษีสินค้าจีนสูงถึง 50% หากพบหลักฐานการสนับสนุนทางทหารแก่รัฐบาลเตหะราน โดยทางการจีนย้ำชัดว่าแม้จะเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แต่จีนไม่มีสนธิสัญญาพันธมิตรทางทหารกับอิหร่าน และมีกฎระเบียบในการควบคุมการส่งออกอาวุธที่เข้มงวดมาโดยตลอด
Advertisement