
โลกกำลังจับตามองการเผชิญหน้าครั้งสำคัญทางการทูต เมื่อตัวแทนระดับสูงจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากเจรจาโดยตรง ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อหาทางยุติความขัดแย้งทางทหารที่ปะทุขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยการเจรจาล่าสุดดำเนินไปอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 15 ชั่วโมง และมีกำหนดหารือต่อในช่วงค่ำของวันนี้
การพบกันครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลง "หยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์" (เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน) โดยมีประเด็นหลักที่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างอย่างรุนแรง
โดยสหรัฐฯ ยื่นคำขาดให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือสากลทันทีและถาวร ขณะที่อิหร่านใช้ประเด็นนี้เป็นข้อต่อรองเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันข้อตกลง "ถาวร" ที่ให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทั้งหมดและรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์บางแห่ง ซึ่งทางอิหร่านยังคงปฏิเสธโดยอ้างสิทธิ์ในนิวเคลียร์เพื่อสันติ
อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปลดล็อกทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการเดินหน้าข้อตกลงสันติภาพ
โดยฝั่งสหรัฐฯนำโดยรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ (JD Vance) พร้อมด้วยที่ปรึกษาพิเศษอย่าง สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ซึ่งได้รับคำสั่งโดยตรงจากทำเนียบขาวให้ใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวแต่เปิดช่องสำหรับ "ดีล" ที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์สูงสุด
ส่วนฝั่งอิหร่าน คณะผู้แทนเผชิญแรงกดดันภายในจากกลุ่มอำนาจนิยมและกองกำลังปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่เพิ่งประกาศคำเตือนว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากเรือรบสหรัฐฯ รุกล้ำพื้นที่พิพาทในระหว่างการเจรจา
Advertisement