Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"รักชนก" แฉรัฐบาลสีน้ำเงินกวาดงบรัฐจี้ฟันรัฐมนตรี-เปิดข้อมูลโปร่งใส

"รักชนก" แฉรัฐบาลสีน้ำเงินกวาดงบรัฐจี้ฟันรัฐมนตรี-เปิดข้อมูลโปร่งใส

10 เม.ย. 69
19:59 น.
แชร์

"รักชนก"แฉรัฐบาลสีน้ำเงินกวาดงบรัฐจี้ฟันรัฐมนตรี-เปิดข้อมูลโปร่งใส ซัด ป.ป.ช. ดองคดี ด้าน"สิริพงศ์"โต้กลับแค่เครือญาติไร้เอี่ยวธุรกิจการเมือง

การประชุมร่วมรัฐสภาในวาระแถลงนโยบายรัฐบาล ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาเป็นประธานในที่ประชุม นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน อภิปรายว่า ขอร่วมอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาลภูมิใจไทย รัฐบาลสีน้ำเงิน รัฐบาลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจสูงที่สุด เพราะว่าสามารถควบคุมเสียงได้ทั้งสภาผู้แทนราษฎรรวมไปถึงวุฒิสมาชิก และยังมีอำนาจที่ผู้คนเชื่อว่าสามารถโน้มน้าวจิตใจขององค์กรอิสระ ให้ตัดสินไปแนวทางที่ต้องการได้อีกด้วยเรียกได้ว่ากลไกในประเทศนี้

" ทุกวันนี้แผ่นดินนี้เป็นของท่าน แต่การก้าวขึ้นสู่อำนาจที่ล้นฟ้าล้นแผ่นดินของท่านเช่นนี้หรือไม่ที่นับวันทุกหย่อมหญ้าในประเทศนี้ถึงมีแต่ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น สิ่งนี้สะท้อนผ่านคะแนน CPI หรือดัชนีรับรู้คอรัปชั่น ปีก่อนหน้านี้เราอยู่ที่อันดับ 107 ซึ่งดิฉันก็ว่าแย่แล้ว แต่ปีนี้ 68 เราหล่นลงมา 10 อันดับอยู่ที่ 116 จาก 180 ประเทศทั่วโลก รั้งท้ายอาเซียนรั้งท้ายโลก และที่สำคัญเป็นคะแนนและอันดับที่ตกต่ำมากที่สุดมากในรอบ 20 ปี " นางสาวรักชนกกล่าว

นางสาวรักชนก ยังกล่าวว่า รัฐบาลปี 62 ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็เป็นรัฐบาลมาตลอดแต่ดูเหมือนว่ายิ่งเป็นรัฐบาลนานเท่าไหร่ ยิ่งพักใหญ่ขึ้นเท่าไหร่ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นและดัชนีรับรู้คอรัปชั่นในประเทศนี้มันยิ่งตกต่ำ ล่าสุดนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ประกาศจะทำสงครามคอรัปชั่น ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีคนมาแสดงความรู้สึกขำถึง 25,000 คน เป็นเพราะเวลาพูดถึงนายกรัฐมนตรีกับการทุจริตคอรัปชั่น

" ไม่มีใครคิดหรอกว่าท่านจะต่อต้าน เพราะคนรอบ ๆ ตัวของท่าน สส. สว. รัฐมนตรีรวมถึงคนที่อยู่ที่บุรีรัมย์ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้มาโดยตลอด ขอถามผ่านประธานไปถึงนายก ว่าท่านอายจริง ๆ ไหมหรืออายคอนเทนต์ ถ้าท่านอายจริงๆท่านอยากจะรั้งอายไหมดิฉันมียาล้างอาย 2 ขนาดมาแนะนำให้ท่าน ซึ่งจะทำให้ดัชนีการรับรู้คอรัปชั่นดีขึ้นแน่นอน " นางสาวรักชนกกล่าว

นางสาวรักชนก ระบุว่า ยาเม็ดแรกคือยาขับรัฐมนตรีที่ชื่อฉาว ๆ ก็ให้เอาออกไปให้พ้นจาก ครม.จะปล่อยเอาไว้ทำไม อย่างกรณีการซื้อเครื่องบินของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อจากนายเบน สมิธ เมื่อสักครู่นายสุริยะได้ชี้แจงว่าซื้อมา 1 ปีก่อนที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ

พรรคประชาชน จะแนะนำให้รู้จักกับนายเบน สมิธ แล้วบอกว่าถ้ารู้ก่อนว่าเป็นแบบนี้ไม่ซื้อแน่นอน ตนฟังแล้วขนลุกซู่ ว่าแบบนี้ยิ่งไม่ต้องไปยึดอายัดทรัพย์มาตรวจสอบก่อน ว่าอยู่ในกระบวนการหรือเข้าข่ายขบวนการฟอกเงินหรือไม่

ตนเป็นห่วงนายสุริยะจากใจจริง ๆ ว่าอาจจะตกเป็นเหยื่อ เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกรรมอำพราง และเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินโดยที่ไม่รู้ตัว นายกรัฐมนตรีช่วยนายสุริยะได้หรือไม่ คือช่วยสั่งให้ ป.ป.ง. ตรวจสอบเรื่องนี้ที เพราะค้านกับความรู้สึกของประชาชนเรายึดอายัดทรัพย์นายเบน สมิทกับพวก 20,000 ล้านแต่ทรัพย์สินที่ซื้อมาจากคนคนนี้ขาวสะอาดจริง ๆ หรือไม่ แล้วเส้นเงินสีเทาของนายเบน สมิธ จะไม่บรรจบมาพบกับคนที่ซื้อเครื่องบินลำนี้ เป็นไปได้หรือไม่

ส่วนกรณีถัดมาเบอร์รี่เลือดที่ฟินแลนด์ วันนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตื่นหรือยัง

กระทรวงแรงงานไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์เราเกณฑ์แรงงานคนไทย หลอกลวงเขาว่าจะได้มีงานดี ๆ ชีวิตดี ๆ แต่สุดท้ายหลอกเขาไปขุดรีดแรงงานอยู่ที่ต่างประเทศ ศาลฟินแลนด์ สั่งจำคุกนายจ้าง 1 ปี 10 เดือนฐานค้ามนุษย์ และส่งข้อมูลมายังทางการไทย ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในสมัยนั้นก็คือนายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าวหาว่ารับสินบนแลกกับการส่งแรงงานไปทำงานในไร่เบอร์รี่

" สถานะล่าสุด DSI และอัยการสูงสุดมีมติกล่าวหานายสุชาติ ชมกลิ่น สรุปสำนวนส่งให้ป.ป.ช.ไป 2 ปีแล้ว เกินระยะเวลาที่ ป.ป.ช. จะต้องดำเนินการแล้วทุกวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้ามันชั่งไม่เหมือนคดี 44 สส. ที่ป.ป.ช. ทำตามเส้นเวลาเป๊ะดิฉันไม่แน่ใจว่าไอ้ความล่าช้าในคดีของท่านสุชาติ ชมกลิ่น เกี่ยวข้องอะไรกับความสามารถพิเศษของรัฐบาลสีน้ำเงินภูมิใจไทยหรือไม่ ที่ท่านมักจะสามารถโน้มน้าวจิตใจองค์กรอิสระได้อยู่เรื่อย ๆ เพราะดูเหมือนตอนนี้ 4 ใน 9 คนของ ป.ป.ช. ใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีอื่น ๆ ในตู้เสื้อผ้า เดี๋ยวนี้ใส่เสื้อสีน้ำเงินบ่อยกว่าเสื้อสีเหลืองอีก " นางสาวรักชนกกล่าว

ทำให้นายโสภณประธานในที่ประชุมพูดขัดขึ้นมา แต่นางสาวรัชนกถามกลับว่าประท้วงแทนหรือไม่ นายโสภณจึงชี้แจงว่า บุคคลในอย่าเอ่ยถึงองค์กรภายนอกเพราะจะมีการประท้วงจึงขอเตือนไว้เพราะขัดข้อบังคับอยู่แล้วตนไม่ได้ประท้วง

นางสาวรักชนก จึงขอหารือสั้น ๆ ว่า การที่ประธานบอกว่าไม่ให้กล่าวถึงองค์กรอิสระภายในสภา ตนคิดว่าเป็นการวางบรรทัดฐาน ที่อาจทำให้เราทำงานกันลำบากเพราะองค์กรอิสระเป็นองค์กรที่รับเงินเดือน จากภาษีของประชาชน จึงมีความเห็นว่าน่าจะอภิปรายถึงได้ นายโสภณจึงชี้แจงว่าตนไม่ขัดข้อง แต่การไปกล่าวว่าองค์กรเหล่านั้นใส่เสื้อสีนั้นสีนี้ เป็นการกล่าวร้าย ส่วนจะพูดถึงองค์กร ไม่ให้ความเป็นธรรมก็กล่าวได้แต่ก็ต้องรับผิดชอบเอง

นางสาวรัชนกจึงถามกลับว่า การบอกว่าองค์กร ป.ป.ช.ใส่เสื้อสีน้ำเงินมากกว่าเสื้อสีเหลือง เป็นการกล่าวร้ายอย่างไร นายโสภณ จึงกล่าวว่าตนไม่มีสิทธิ์โต้เถียง " ท่านรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรนั้นใส่เสื้อสีอะไร เขาใส่เสื้อสีอะไรมากสีอะไรน้อย ท่านรู้ได้ยังไง เมื่อท่านเอาความรู้สึกของท่านไปตัดสิน ผมจึงบอกว่ามันเป็นการกล่าวร้าย "

หลังจากนั้นนางสาวรักชนก ได้อภิปรายต่อ ว่า ตนไม่ได้กล่าวหานายสุชาติ เชื่อในความบริสุทธิ์ของนายสุชาติจริง ๆ คนดี ๆ อย่างนายสุชาติไม่มีทางอยู่แล้วที่จะไปทำเรื่องที่เลวทรามต่ำช้า อย่างเรื่องการค้ามนุษย์ตนก็ไม่ใช่แบบนั้น แต่ถ้ามันไม่มีมูล DSI และอัยการสูงสุด เขาจะส่งคดีนี้ไปที่ ป.ป.ช. เพื่ออะไร ดังนั้น ป.ป.ช. ควรที่จะให้ความเป็นธรรมกับนายสุชาติให้ไวขึ้น เหมือนคดีที่เกิดขึ้นกับ สส. ของพรรคประชาชน

นายกรัฐมนตรี เขียนเอาไว้ในหน้าแรก ๆ ว่า อยากจะเข้าร่วมกลุ่มโออีซีดี ถ้ามีโอกาสได้ไปเข้าร่วมจริง ๆ ขอถามว่าท่านจะไม่อายเขาหรอ ที่มีรัฐมนตรีซื้อเครื่องบินต่อจากนายเบน สมิทโดยที่ยังไม่ตรวจสอบด้วยซ้ำว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือไม่ และเรื่องค้ามนุษย์ที่ฟินแลนด์เขารู้กันทั้งยุโรป

" ถ้าไปประชุมท่านไม่อายใช่หรือไม่ เขาคงนินทากันให้แซ่ด ลืออกันทั้งโออีซีดีว่าประเทศไทยเราตั้งรัฐมนตรีที่โดนข้อหาค้ามนุษย์ มาเป็นรัฐมนตรี " นางสาวรักชนกกล่าว

นางสาวรักชนก ยังกล่าวว่า ใครที่พูดถึงคดีเบอร์รี่เลือดนายสุชาติฟ้องปิดปากไปหมด ซึ่งเรื่องการฟ้องปิดปากเขาเอามาคิดเป็นคะแนน CPI และกลุ่มโออีซดีที่นายกอยากจะเข้า เขาเรียกร้องให้มีการออกกฎหมาย ต่อต้านการฟ้องปิดปาก และคุ้มครองพยานการที่ประเทศไทยมีรัฐมนตรีแบบนี้อยู่ใน ครม. มีแต่จะทำให้ประเทศไทยตกต่ำ ยังไม่พอรัฐบาลสีน้ำเงินเอาเจ้าของปั๊มที่มีสาขาทั่วประเทศมาแก้วิกฤตพลังงาน

" แม้ดิฉันจะเชื่อว่าท่านพิพัฒน์คนดีของดิฉัน ไม่มีทางที่จะทำอะไรในแบบที่เขาสงสัย หรือว่าเขากล่าวหากัน แต่ว่านอกจากดิฉัน แล้วใครจะเชื่อว่าบริษัทที่ท่านพิพัฒน์ถือหุ้นอยู่ 2 ล้านหุ้นมันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากวิกฤตพลังงานครั้งนี้ " นางสาวรักชนกกล่าว

นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า ขอย้ำว่าทั้งสามคนนี้ตนเชื่ออย่างบริสุทธิ์ว่าใจซื่อมือสะอาด เป็นรัฐมนตรีที่โลกรอ แต่ถามว่าคนไทยทั้งประเทศมองมาจากดาวอังคารก็ยังรู้เลย เพื่อไม่ให้ค้านกับความรู้สึกของประชาชน คนพวกนี้ควรจะพิจารณาเอาออกจากคณะรัฐมนตรีไปก่อนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ยาขนาดแรกคือยาขับรัฐมนตรี

ส่วนยาขนานที่ 2 คือยาหยอดตา ทำตาให้ตาสว่างขึ้น เพราะเป็นการเปิดเผยข้อมูลของภาครัฐ ซึ่งเป็นยาวิเศษของการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมักจะถูกครหา ว่าเป็นพรรคของผู้รับเหมากินร่วมประเทศ แต่ตนไม่คิดแบบนั้น เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่พูดเสมอว่า รักชาติ รักสถาบัน รักแผ่นดิน ดังนั้นความรักที่มีมันไม่น่าที่จะทำให้ทำเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ เลยส่งผลบุญทำให้คนในพรรคภูมิใจไทยได้รับแต่สิ่งดี ๆ รวมไปถึงญาติของพวกท่านด้วย เช่น โครงการภาครัฐ

หลังจากนั้นนางสาวรักชนก ได้ยกตัวอย่าง บริษัทที่ได้รับสัมปทานจากทางภาครัฐในโครงการต่าง ๆ ที่ประกอบด้วยชื่อญาติของนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในปี 66-69 ได้รับงานไป 74 โครงการ มูลค่า 4,500 ล้านบาท บริษัทลูกเขยของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ที่มี 2 บริษัท โดยบริษัทแรกเป็นของสามีนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ไป 142 โครงการ 830 ล้านบาท และบริษัทของสามีลูกสาวอีกหนึ่งคนของนายชาดา ได้รับไปอีก 78 โครงการ 2,400 ล้านบาท เป็นคนดีที่มันรักชาติรักสถาบันมันได้ดิบได้ดีแบบนี้

นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า นายสิริพงศ์เคยออกมาชี้แจง ว่าจะมากล่าวหา ว่าเป็นความผิดเพียงเพราะเป็นเครือญาติมันไม่เป็นธรรม วันนี้ตนเห็นด้วย ว่ามันไม่จำเป็นว่าคนที่ได้งานภาครัฐเยอะ ๆ

จะสอบทุจริตหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอรัปชั่นเสมอไปเราอย่าไปปรักปรำแบบนั้น จะอยากให้ความเป็นธรรมโดยการนำข้อมูลมาเสนอกับประชาชน

จึงเลือกโครงการในปี 68 มา ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้รับงานภาครัฐไปจำนวน 34 โครงการมูลค่า 2,466 ล้านบาท หน่วยงานที่ได้รับประกอบด้วยกรมชลประทาน กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมโยธาธิการและผังเมือง มากถึง 11 โครงการ ซึ่งเป็นกรมที่อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทย โดยโครงการส่วนใหญ่ลงในจังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 22 โครงการ

" ส่วนใหญ่เป็นการตัดถนน ดิฉันก็เลยไม่รู้ว่าเพราะว่าญาติของท่านตัดถนนเก่งแบบนี้หรือเปล่า ท่านสิริพงศ์รอบนี้ ก็เลยได้เป็นรัฐมนตรีช่วยคมนาคม เรียกได้ว่า put the right Man on the right Job " นางสาวรักชนกกล่าว

นางสาวรักชนก ยังเปิดเผยต่อว่า ในการประมูลแข่ง มีการประมูลแข่งอยู่ 3 บริษัท ซึ่งไม่มีอะไรแปลกแต่พอเปิดดูประวัติเท่านั้น เป็นคนกันเองหรือไม่ เพราะบริษัทที่ 1 มีนาย ก. เป็นกรรมการและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำกรรมาธิการติดตามงบประมาณ โควต้าของนายอาสพลธ์ สรรไตรภพ สส. พรรคภูมิใจไทย จังหวัดศรีสะเกษ ขณะที่อีกบริษัทที่ 2 หากเปิดดูชื่อกรรมการบริหารมีแต่คนนามสกุลเดียวกับนายอาสพลธ์ และบริษัทที่ 3 เป็นของอดีตสจเก่าที่ใกล้ชิดกับ อบจ.ศรีสะเกษ เมื่อพูดถึงเราก็จะนึกถึงนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของนายก อบจ. ศรีสะเกษ มันบังเอิญมาก ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนในพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดเลย

" ฟังทั้งหมดนี้แล้ว ท่านคิดถึงอะไร ดิฉันคิดออกอยู่คำนึง คือคำว่ารวย! คือมันรวยไม่ไหวแล้ว มันรวยไม่ไหวแล้วจริง ๆ โบราณเขาว่าแข่งบุญแข่งวาสนาแข่งกันได้ แต่แข่งโครงการภาครัฐกับพรรคภูมิใจไทยท่านอย่าแข่งเลย " นางสาวรักชนกกล่าว

นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า นายกรัฐมนตรีถ้ามาทำงานแล้ว ช่วยลุกขึ้นแล้วพูดในฐานะผู้นำรัฐบาล ว่าจะรับพ.ร.บ.นี้เพื่อปรับปรามเรื่องทุจริตคอรัปชั่นในประเทศนี้จริง ๆ ไปด้วยกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นางสาวรักชนกอภิปรายเรื่องนี้ มีสส.จากพรรคภูมิใจไทยขอประท้วงอยู่เป็นระยะ ๆ

ขณะที่นายสิริพงศ์ ใช้สิทธิ์พาดพิง โดยระบุว่า เรื่องบริษัทที่นางสาวรักชนกกล่าวอ้าง ว่าได้รับงานรัฐมากน้อยเพียงใดนั้น ตนเองไม่ทราบ เนื่องจากไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันในเชิงลึก ความสัมพันธ์ของตนเองและบริษัท คงเป็นความสัมพันธ์ประเภทเดียว กับบุคคลในพรรคประชาชนบางคนที่มีความสัมพันธ์กับท่านรัฐมนตรี หรือคนในรัฐบาล ซึ่งท่านอภิปรายถึง เช่นนั้นเอง คือนามสกุลเดียวกัน แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวพันกันในเชิงการทำธุรกิจ หรือการใช้ชีวิตครอบครัวแต่อย่างใด

นายสิริพงศ์ ชี้แจงอีกว่า บริษัทที่ถูกกล่าวอ้างเป็นลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่มารดาเดียวกันกับบิดาตนเอง มีความสัมพันธ์เป็นญาติ แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวพันเชิงธุรกิจใดๆ ปี 68 ที่ผ่านมา ตนเองก็ไม่ได้มีอํานาจในการบริหารใดๆ และปี 66 ว่าตนเองก็ไม่ได้เป็นผู้ดํารงตําแหน่ง สส. เนื่องจากว่าสอบตก

นายสิริพงศ์ เห็นว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์ได้ ว่าไม่มีความเกี่ยวพันกัน แต่ขอบคุณที่ท่านกรุณาโยงให้ และข้อความที่ถูกกล่าวอ้างเมื่อสักครู่ ก็ขอบคุณที่ท่านย้ําอีกครั้ง เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองก็เห็นในโซเชียล เขาก็เขียนมาอย่างที่ท่านพูด ขอบคุณที่ท่านเอามาอ่านอีกรอบหนึ่ง แต่ขอย้ําให้ท่านทราบว่าไม่ได้มีความเกี่ยวพันกัน "คงไม่ต่างกับท่านสุริยะและท่านธนาธร"

Advertisement

แชร์
"รักชนก" แฉรัฐบาลสีน้ำเงินกวาดงบรัฐจี้ฟันรัฐมนตรี-เปิดข้อมูลโปร่งใส