
วันนี้ (5 สิงหาคม 2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงเรื่องของข้อมูลกระทรวงคมนาคมที่รั่วไหล โดยได้มีการตรวจพบที่ต้องขอใช้มาจาก 3 แหล่งด้วยกันที่เข้าใช้ข้อมูลอย่างผิดปกติในการสืบหาและพฤติกรรมในการสืบหาสิ่งผิดปกติด้วย ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมส่งสำนักงานตำรวจไซเบอร์ให้มีการดำเนินการในขั้นต่อไปโดย IP ที่ผิดปกติก็มาจาก 3 แหล่งเช่น 1.เทศกิจบางกอกน้อย 2. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 3.กองกำลังสีหนาท ซึ่งเป็นแหล่งที่เห็นที่มาของการการใช้ IP ที่ผิดปกติซึ่งเราได้มีการปิดระงับ USER (ผู้ใช้) จาก 3 หน่วยงานนี้ เป็นการชั่วคราวก่อน ส่วนหน่วยงานต่างๆที่มาขอต่อข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ก็ได้มีการให้เขาขอรหัสใหม่ และรีเซ็ตรหัสใหม่ เพื่อล้างข้อมูลออกไปก่อน เพราะยังตอบไม่ได้ ว่าคนที่เข้ามาเอาข้อมูลเป็นเจ้าของกับรหัสตัวจริงหรือ ถูกสแกม (หลอกลวง) ข้อมูลไปแล้วถูกแอบอ้าง ซึ่งต้องเป็นเรื่องของตำรวจส่วนชื่ออะไรต่างๆ มีครบหมดแล้ว ซึ่งได้มีการส่งให้ทางตำรวจไปดำเนินการแล้ว
ตนอยากจะขอสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าข้อมูลที่ท่านมีที่ถูกนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลแต่เป็นข้อมูลพื้นฐานไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมใดๆ ได้ ซึ่งการดำเนินการที่กรมการขนส่งทางบกได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ สามารถเชื่อมต่อได้นั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการดำเนินการให้มีความสะดวกรวดเร็วขึ้น
ตนขอยกยกตัวอย่างเช่นในอดีต ถ้าไม่มีการเชื่อมต่อข้อมูล คนที่จะมาทำใบขับขี่สาธารณะจะต้องมีขั้นตอนคือทำคำร้องขอตรวจประวัติอาชญากรรม รองหลังจากนั้นนำคำร้องไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมและเมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเสร็จก็นำเอกสารกลับมายื่นคำร้องใหม่ที่กรมการขนส่งทางบก อันนี้มันเป็นความยุ่งยาก แต่เมื่อมีการเชื่อมต่อข้อมูล หมายถึงเราก่อนไปขนส่งเราสามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบประวัติอาชญากรรมแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งข้อมูลมาที่กรมการขนส่งในทันที ซึ่งสามารถประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 40 วัน ดังนั้น ในการดำเนินการเมื่อเป็นการอำนวยความสะดวก แต่ เมื่อถูกกลุ่มมิจฉาชีพที่มีการลักลอบเอาข้อมูลไปขายในดาร์กเว็บ ตอนนี้ได้บล็อกทุกช่องทางแล้ว ไม่สามารถเข้ามาดูได้ทางช่องทางธรรมดา
แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องดาร์กเว็บอาจสามารถเข้าดูได้อยู่ ตอนนี้กำลังหาวิธีการในการป้องกันต่อไป
สิ่งที่อยากเรียนกับประชาชนทุกท่าน คือ
1. ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลเหล่านี้จะนำไปใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆ ได้ หากไม่ได้มีการยืนยันตัวตน
2.กระทรวงคมนาคมไม่การติดต่อประชาชนโดยตรงว่ามีข้อมูลรั่วไหล และทางกระทรวงไม่มีการให้กดยืนยันลิ้งค์ใดๆ ประชาชนไม่ต้องทำอะไรเลยเรื่องเหล่านี้ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะจัดการขอให้มั่นใจได้
เมื่อถามว่าข้อมูลที่หลุดออกไปมีจำนวนกี่คน นายสิริพงศ์ ระบุว่า มีการเสิร์ชหาหลายครั้ง ซึ่งกรณีที่เราเห็นความผิดปกติก็มีการค้นหาอยู่ประมาณ 6000 ถึง 7000 ครั้ง ขณะที่ผู้ใช้บางบัญชีมีการค้นหาอยู่ประมาณ 2000 ครั้ง
ส่วนที่พบการค้นหาข้อมูลของบุคคลสำคัญ นายสิริพงศ์ระบุว่า อันนี้เป็นส่วนหนึ่งในสำนวนที่ตำรวจต้องสืบสวนเนื่องจากว่าพฤติกรรมการเสิร์ช (ค้นหา) มีลักษณะที่ต้องสังเกตเช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้อยู่กับตำรวจแล้ว
เมื่อถามว่าการค้นหาข้อมูลครั้งนี้คนทำมีวัตถุประสงค์อะไรหรือไม่ นายศิริพงศ์ ระบุว่ารอให้ตำรวจตรวจสอบแต่ในเอกสารที่ส่งให้ตำรวจก็ชวนสงสัย แต่เรายังไม่สามารถสรุปได้ ต้องให้ตำรวจไปดูเรื่องนี้ก่อน
เมื่อถามว่า มีการเชื่อมโยงกับการประกาศขายในตลาดมืดหรือไม่ นายศิริพงศ์ระบุว่า มีการประกาศขายโทเค็นเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้ในตลาดมืด ส่วนจะมีประเด็น เกี่ยวข้องทางการเมืองหรือบุคคลทางการเมือง หรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ ตอบสั้นๆ ว่า รอให้ตำรวจสรุป
Advertisement