
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความเตือนสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่กำลังเผชิญกับ "หายนะครั้งใหญ่" เปรียบเป็น "สึนามิเศรษฐกิจ" ที่รุนแรงกว่าวิกฤติต้มยำกุ้งและโควิด-19 หลายเท่า
โดยระบุว่า "สึนามิ" ทางเศรษฐกิจของจริงกำลังจะมา ไทยจะเตรียมรับหายนะครั้งใหญ่ของโลกอย่างไร?
ในสายตาของดิฉันที่ผ่านวิกฤติของประเทศมาหลายครั้ง ดิฉันเห็นว่าวิกฤติครั้งนี้จะรุนแรงกว่า โควิด หรือวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เราเคยเจอมาหลายเท่า ถึงขั้นเป็น
“สึนามิ”ที่จะกวาดเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยราบเป็นหน้ากลอง ถ้าเราตั้งรับไม่ดี
สงครามครั้งนี้เป็น“สงครามที่ยืดเยื้อ ย้อนแย้ง และย่อยยับ” “ยืดเยื้อ” คือแม้จะมีการหยุดยิงชั่วคราว เพื่อเปิดให้ทั้ง2ฝ่ายเจรจากันที่กรุงอิสลามาบัด (Islamabad) ของปากีสถาน แต่การพูดคุยก็ไม่ง่าย เป็นการเจรจาที่เปราะบาง ด้วยเงื่อนไขที่ตกลงกันได้ยาก โดยเฉพาะประเด็นการถล่มเลบานอนของอิสราเอล และจากนี้โลกจะเสี่ยงต่อการก่อการร้ายเพื่อแก้แค้นอย่างต่อเนื่อง“ย้อนแย้ง” คือการทำสงครามครั้งนี้ได้ฉีกทุกกฎกติกาของโลก จนไม่รู้จะยึดหลักอะไร ยากที่จะคาดเดาสิ่งที่จะเกิดในอนาคต “ย่อยยับ” คือโครงสร้างพลังงานที่ถูกทั้ง 2 ฝ่ายทำลายจนย่อยยับ บางแห่งต้องใช้เวลาซ่อมแซมนาน3-5ปี ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งโลกต้องย่อยยับอย่างยาวนาน
แม้ไทยจะอยู่ห่างไกลจากสนามรบ แต่เราได้รับผลกระทบอย่างสาหัส จาก
#สึนามิเศรษฐกิจ ในครั้งนี้
สึนามิลูกแรก: วิกฤติราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน และก๊าซ ซึ่งไทยได้รับผลกระทบหนักเพราะเรานำเข้าพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียมากกว่าเพื่อนบ้าน
เราจะเข้าสู่ยุคน้ำมันและข้าวของ "แพงทั้งแผ่นดิน" ซึ่งที่เห็นราคาที่แพงในขณะนี้ยังไม่ใช่ของจริง หลังสงกรานต์หรือภายในเดือนหน้าเราจะเจอกับของจริง ที่จะเป็นวิกฤติหนักมากสำหรับคนไทย และเศรษฐกิจไทย ราคาน้ำมันที่ขึ้นทุก 1 บาท จะฉุด GDP ลง 0.04% และดันเงินเฟ้อขึ้น 0.32%
สึนามิลูกที่ 2: วิกฤติการขาดแคลนพลังงาน และสินค้าจากปิโตรเคมี ไทยเสี่ยงสูงมากต่อการขาดแคลนพลังงาน แม้จะหยุดยิงกันแล้ว เพราะโครงสร้างพลังงานเสียหายไปอย่างมาก ซึ่งจะเป็นการดับเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ และเรายังเสี่ยงที่จะขาดแคลนปุ๋ย ซึ่งหมายถึงจะกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของไทย และรายได้ของเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รวมทั้งการขาดแคลนผลผลิตจากปิโตรเคมี ซึ่งเป็นต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน เช่นเม็ดพลาสติก ส่งผลกระทบหลายอุสาหกรรม เช่นบรรจุภัณฑ์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือยารักษาโรค
“สึนามิ”ลูกนี้ใหญ่มาก รัฐบาลต้องไม่ประมาท ควรคิดแบบ worst case scenario หากสถานการณ์เลวร้ายสุด ถึงขั้น สึนามิลูกที่2 ตามที่ดิฉันได้กล่าวข้างต้น รัฐบาลจะพาคนไทยให้รอดไปได้อย่างไร กำหนดแผนระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวและประกาศให้ประชาชนทราบเพื่อจะได้ร่วมฟันฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน ด้วยความเข้าใจในสถานการณ์ที่แท้จริง
ระยะสั้น ที่รัฐบาลประกาศว่าจะปรับ โครงสร้างราคาพลังงาน ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และอยากให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะต่อจากนี้เราอาจจะหมดยุคที่ราคาพลังงานถูกอีกต่อไป ราคาพลังงานจึงควรจะเป็นธรรมกับประชาชน
-การช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม หรือ Targeted เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องทำให้“ทั่วถึง รวดเร็ว และเพียงพอ”ที่จะสามารถประครองชีวิตของพี่น้องที่เดือดร้อนให้พออยู่รอดได้อย่างแท้จริง
สิ่งรัฐบาลยังไม่ค่อยได้พูดถึง
แต่ดิฉันเห็นว่ามีความสำคัญมากคือ“การบริหารราชการในภาวะวิกฤติ” ที่รัฐบาลต้อง เตรียมความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ ที่รัฐบาลต้องรัดเข็มขัดสุดๆ ตัดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนของทุกกระทรวงออกทั้งหมด เช่น งบประมาณในการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่และถนน ซึ่งในปีนี้ตั้งงบประมาณไว้สูงถึงเกือบ 200,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาใช้เยียวยาประชาชน #คนตัวเล็ก เกษตรกร และธุรกิจขนาดเล็ก SMEsให้เพียงพอที่จะอยู่รอดในวิกฤตินี้ รวมทั้งจะได้สามารถยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตนำ้มัน ชั่วคราว เพื่อ“ลดราคานำ้มัน” ให้ประชาชนได้ ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายประเทศทำ เช่นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย อินเดีย และเวียตนาม
ระยะกลางและยาว คือต้องปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ของประเทศ ลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลให้มากที่สุด สนับสนุนประชาชน เกษตรกร และธุรกิจSMEs ให้สามารถเข้าถึงโซลาเซล ได้ง่าย ถูก และสามารถขายไฟฟ้าคืนให้รัฐได้ ปรับเปลี่ยนการขนส่งให้ใช้รถไฟและการขนส่งทางน้ำให้มากขึ้น รวมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนรถขนส่ง รถโดยสารชนิดต่างๆ ให้ใช้EV โดยอาจจะให้เป็นเงินสนับสนุนบางส่วน เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนมาใช้รถ EV รวมทั้งสนับสนุนให้มีการผลิตรถ EV ในไทยให้มากขึ้น เป็นต้น
“ยุคแห่งความสงบสุขของโลก”ได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้โลกจะเต็มไปด้วยความผันผวน และความไม่แน่นอน (Uncertainty) โลกกำลังก้าวเข้าสู่
“ยุคที่ความมั่นคงเป็นปัจจัยสำคัญสุด” ทั้งความมั่นคงด้านความปลอดภัย พลังงาน อาหาร สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี ฯลฯ
ซึ่งในวิกฤตินี้ ถ้าเราเข้าใจ มีวิสัยทัศน์ ปรับตัวเร็ว และบริหารเป็น เราจะอยู่รอดและสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้
#สึนามิเศรษฐกิจ ครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ขอทุกท่านได้ตั้งรับด้วยสติ วางแผนการใช้ชีวิต และธุรกิจอย่างรอบครอบ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน
รอดจาก“สึนามิเศรษฐกิจ”
ครั้งใหญ่นี้ไปด้วยกันนะคะ
Advertisement