
เมื่อเวลา 10.55 น. การประชุมรัฐสภา เพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล นายจุรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เมื่อวานนั่งฟังนายกฯ อ่านแถลงนโยบาย จนมาถึงถ้อยคำคำนึงซึ่งนายกอ่านว่าเพื่อประโยชน์ของประชาชน ตนรู้สึกขนลุกและเงยหน้าขึ้นมองนายกฯ เพื่อมองไปในใจนายกฯ ว่าในขณะที่ปากขยับว่าเพื่อประโยชน์ของประชาชนนั้นในใจของนายกฯ มีประชาชนและแทรกด้วยนายทุนอยู่หรือไม่ เพราะสิ่งที่นายกรัฐมนตรีแถลงมันย้อนแย้งกับความเป็นจริงที่ประชาชนกำลังประสบอยู่ตอนนี้ ตนจึงอยากให้นายกฯพยายามเข้าใจ ตนเข้าใจดีว่านายกฯ เกิดมาโชคดี เกิดมาแล้วเป็นเศรษฐีเลย แต่อยากให้พยายามเปิดใจและเข้าใจมองลงมาข้างล่างเห็นคนหาเช้ากินค่ำหาเช้ากินเที่ยง หาเที่ยงกินค่ำ ค่ำเพื่อกินตอนเช้า
พี่น้องฉันรากหญ้าแบกค่าของชีพ รายจ่ายหารายได้ได้น้อยแต่มีรายจ่ายเยอะมาก น่าเศร้ามากเพราะตอนนี้ชาวบ้าน ที่เป็นเกษตรกรปลูกอะไรขายก็ขายได้ราคาถูก แต่จะซื้ออะไรเข้าบ้านกลับต้องซื้อในราคาที่แพง ซึ่งเป็นอย่างนี้ทุกหย่อมหญ้าทุกคนบ่นนายกฯ สามารถดูได้ สิ่งเดียวที่ราคาถูกและชาวบ้านซื้อได้ในตอนนี้คือยาบ้า เหลือเม็ดละ 10 บาท หาได้ตามท้องถิ่นทั่วไปซื้อง่ายกว่าซื้อยาพารา นางสมถวิล เพื่อนบ้านของตนปลูกมะพร้าวขาย ขายได้ราคาลูกละ 2-3 บาท ซึ่งถูกส่งไปยังจังหวัดภูเก็ตจะซื้อกลับคืนมาต้องซื้อในราคา 150 บาท จึงอยากฝากไปถึงนายกฯ ให้พยายามเข้าใจ
“สิ่งที่ท่านบริหารจัดการท่านไม่กล้าทุบนายทุน แต่ทุกวันนี้ท่านทุบประชาชนทุบชาวบ้าน ก็ไม่รู้จะรวยเมื่อไหร่เหมือนอย่างที่นายกฯ บอก ไม่มีหรอกคำว่ารวยไม่ไหวแล้วมีแต่คำว่า รุนไม่ไหวแล้ว เนื่องจากน้ำมันแพง”
พร้อมกันนี้นายจุรี ยังอภิปรายถึงความสามารถในการจัดขนของนายกฯ เนื่องจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ก่อนสมาชิกที่อภิปรายสืบหาน้ำมันที่หายไปในช่วงที่ราคาน้ำมันยังปกติ ประมาณ 30 บาท แต่ภาคใต้น้ำมันหายเกือบทุกปั๊ม ชาวบ้านเติมน้ำมันปกติ ต้องมารอคิวตากแดดน้ำมันขาดแบบที่ไม่รู้หายไปไหนพอคนในสภาเรียกร้องปิดสภาน้ำมันขึ้น 6 บาท ตื่นเช้ามามีน้ำมันทุกปั๊ม ผ่านไประยะหนึ่งน้ำมันกลับมาขาดอีก จนปั๊มปิดชั่วคราว ตื่นเช้ามาน้ำมันขึ้นอีก 7 บาท จนทุกวันนี้น้ำมันราคาเกือบลิตรละ 50 บาท ตอนนี้สามารถเติมได้หมดเหมือนกับเสกน้ำมันเหล่านี้มาได้ ทำให้รู้สึกว่าในใจของนายกฯ มีแต่นายทุน เข้าใจแต่นายทุนไม่เคยเข้าใจพี่น้องประชาชนเลยต้องลำบากกันเยอะมาก
ทั้งนี้นายจุรี ยังกล่าวว่า ในคำแถลงช่วงหนึ่งของนายกฯ ได้พูดถึงการปราบปรามและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อขจัดยาเสพติดอย่างจริงจัง “จริงจังแค่ไหนแค่ไหนเรียกจิงจัง” เพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีข่าว มีวัยรุ่นหลอนยาคนหนึ่งเข้าไปในโรงเรียนและไปจับนักเรียนตัวประกันจนท้ายที่สุดผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีจิตวิญญาณ ของความเป็นครูสูงเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตนักเรียนไว้ส่วนตัวท่านจบชีวิตลงทั้งประเทศสดีในความดีความงามของผอ.ทั้งประเทศ แต่ครอบครัวของท่านผอ. ไม่ได้ปรารถนาคำสดุดี แต่ ปรารถนาชีวิตของผอ. ของแม่ ของภรรยสกับคืนมา วันนี้ถ้าวิญญาณหกผอ. อยู่ในสภาคงเรียกร้องเหมือนตน ถ้ารัฐบาลจริงจังในการแก้ไขปัญหายาเสพติดจริงควรจะจัดการกับต้นตอของปัญหาที่ทำให้ผอ. ต้องเสียชีวิต นายกอาจจะไม่อิน อาจจะไม่รู้สึกถึงการสูญเสียอนาคตของลูก จากการติดยาเด็กใต้ชั้น ม.1 ม.2 หลายคน ต้องเดินเหมือนคนขาดสติจากยาเสพติดเต็มไปหมด จึงอยากฝากไปถึงนายกและคณะรัฐมนตรีที่อยู่ในหน้าที่ว่าทำอะไรหลังจากนี้พยายามอย่าให้มูมมามมาก และคาดหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ต่อไปจนครบเทอม ไม่อยากให้รัฐบาลต้องจบชีวิตในลักษณะเดียวกับที่ชูโชคจบชีวิต
Advertisement