
(10 เม.ย. 2569) ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในที่ประชุม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลุกขึ้นชี้แจงต่อรัฐสภาว่า ตามที่ นายกรณ์ จาติกวณิช ได้มีการอภิปรายถึงตน เรื่องการซื้อขายเครื่องบินเจ็ท ทั้งหมด 3 ประเด็น คือ 1. มีการชำระจริงหรือไม่ 2. เงินที่ใช้ชำระเงินมาจากไหน และ 3. เมื่อชำระแล้วเงินนั้นไปที่ไหน โดยเรื่องการซื้อขายเครื่องบินเจ็ทจากภรรยาของนายเบน สมิธ ตนได้เคยชี้แจงผ่านสื่อมวลชน และผ่านสังคมก่อนหน้านี้แล้ว ให้ทราบถึงข้อเท็จจริงและความโปร่งใสถึงกรณีนี้ แต่ในเมื่อวันนี้โดนถามอีกครั้ง ก็ขอมาชี้แจงให้ทราบ
นายสุริยะ ยอมรับว่าตนได้ซื้อเครื่องบิน ร่วมกับครอบครัว โดยเครื่องบินเจ็ทดังกล่าวมีมูลค่า 862 ล้านบาทเศษ และตนมีสัดส่วนถือครอง จำนวน 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นของญาติพี่น้อง โดยชำระเงินและผ่านกระบวนการจดแจ้งเครื่องบินเสร็จสิ้น เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2567 ซึ่งในขณะนั้น ยังไม่ได้มีการกล่าวหา นายเบน สมิธ ว่ามีการยุ่งเกี่ยวกับเครือข่ายทุนสีเทา โดย นายรังสิมัน โรม ได้เอาเรื่อง นายเบนสมิธ มาพูดในสภาแห่งนี้ครั้งแรกในเดือน กันยายน ปี “2568” นับเป็นเวลาหลังจากการซื้อขายเสร็จสิ้น ถึง 1 ปีเต็ม ซึ่งถ้าตนทราบว่านายเบนสมิธ มีพฤติกรรมดังกล่าว ธุรกรรมการซื้อขายเครื่องบินกับนายเบนสมิธ จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน
สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาของ นายกรณ์ ตนขอชี้แจงดังนี้
1. การซื้อขายมีการซื้อขายจริง มีการชำระเงิน ผ่านธนาคารกรุงเทพ ในสาขาประเทศไทยทั้งหมด ไม่ได้ผ่านธนาคาร BIC กัมพูชา ของ นายยิม เลียก คู่หูของนายเบน สมิธ แต่อย่างใด
2. เงินที่ใช้ในการชำระค่าเครื่องบินเจ็ทดังกล่าว เป็นเงินของตนและครอบครัว ซึ่งในส่วนของตนได้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในเรื่องนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2567 ซึ่งสามารถตรวจสอบที่ไปที่มาของเงินได้ชัดเจน
3. เมื่อชำระเงินแล้ว เงินที่ตนโอนไปผ่านธนาคารกรุงเทพในประเทศไทย ผู้ขายจะโอนไปที่ไหนต่อ ตนก็ไม่สามารถทราบได้เพราะไม่เกี่ยวข้องกับตน
Advertisement