
วันที่ 13 มิ.ย. 69 เฟซบุ๊กเพจ “JS100 Radio” โพสต์ข้อความระบุว่า กรมทางหลวงร่วมกับตำรวจทางหลวงและตำรวจนครบาล ติดตามผู้ก่อเหตุวัสดุตกหล่นบน M7เข้าพบตำรวจแล้ว พร้อมยอมรับผิดชอบความเสียหาย
ตามที่กรมทางหลวงได้รายงานกรณีพบวัสดุประเภทน็อตและสกรูตกหล่นบนผิวจราจรทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (M7) ขาออก บริเวณกิโลเมตรที่ 39+600 เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 69 ส่งผลให้รถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหายจากการเหยียบวัสดุดังกล่าวหลายคันนั้น
กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ร่วมกับการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถติดตามผู้ก่อเหตุได้ภายในวันเดียวกัน โดยเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวได้เข้าพบพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจนครบาลอ่อนนุช เพื่อให้ข้อมูลและรับทราบข้อกล่าวหาตามกระบวนการทางกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า สาเหตุเกิดจากการบรรทุกวัสดุประเภทน็อตและสกรูโดยปิดคลุมไม่เรียบร้อย ทำให้ตกหล่นลงบนผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทางเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุยอมรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบทุกราย ตามเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ และในส่วนของค่าเสียหายที่อาจอยู่นอกเหนือความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย เจ้าของกิจการได้ยืนยันรับผิดชอบค่าเสียหายเพิ่มเติมทั้งหมด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามข้อมูลจากร้านซ่อมยางรถยนต์บริเวณทางลงบางปะกง จำนวน 2 แห่ง พบว่ามีรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบเข้ารับบริการปะยางรวมประมาณ 43 คัน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อยืนยันจำนวนผู้เสียหายให้ครบถ้วนต่อไป
กรมทางหลวงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และตำรวจนครบาลอ่อนนุช ที่ร่วมกันติดตามผู้ก่อเหตุและประสานการรับผิดชอบความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถเข้าแจ้งความและยื่นหลักฐานประกอบการพิจารณาค่าเสียหายได้ที่สถานีตำรวจนครบาลอ่อนนุช เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
กรมทางหลวงขอย้ำเตือนไปยังผู้ประกอบการขนส่งและผู้ใช้รถใช้ถนนทุกประเภทให้ตรวจสอบการบรรทุกสิ่งของ การยึดตรึงวัสดุ และการปิดคลุมสินค้าให้ถูกต้องและรัดกุมก่อนออกเดินทาง เพื่อป้องกันวัสดุตกหล่นบนผิวทาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งอาจมีความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
Advertisement