
(9 เม.ย. 2569) ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุม วาระการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายว่า ตนขอแสดงความยินดีกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ตนขออภิปรายในประเด็นการจัดการภัยพิบัติและระบบเตือนภัยแห่งชาติ ซึ่งตนเห็นว่านโยบายดังกล่าวเป็นนโยบายที่สำคัญ ระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ตอนนี้เซลล์บอร์ดแคสส่งข้อความเตือนไปยังมือถือพื้นที่เป้าหมายทันที ผ่านเสาสัญญาณ 112,621 ต้น โดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ต แต่ความสำเร็จของระบบเซลล์บอร์ดแคสนั้น ยังขึ้นอยู่กับการประสานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน เพื่อการแจ้งเตือนสามารถป้องกันความสูญเสียและเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ควรมีการซักซ้อมและทดสอบระบบอย่างน้อยทุก 3 เดือน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจ ทุกภาคส่วนที่จะต้องร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการฝ่าวิกฤตทุกฉุกเฉินในแต่ละด้าน
นายสุทนต์ กล่าวต่อว่า ต้องไม่ลืมว่าประเทศไทยยังมีพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และหลายพื้นที่ยังเป็นจุดอับสัญญาณ ไม่สามารถใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการติดต่อสื่อสารได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเส้นทางการโทรคมนาคมถูกตัดขาด ดินถล่ม น้ำท่วมหนัก เช่น น้ำท่วมหาดใหญ่ เมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จึงขอเสนอให้รัฐบาลยกระดับโครงสร้างการเตือนภัยล่วงหน้า ด้วยโครงข่ายวิทยุดิจิทัล และสถานีวิทยุหลัก 113 สถานี รวมถึงสถานีท้องถิ่นกว่า 2,000 สถานี สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทุกกลุ่มของประเทศ ไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตก็สามารถทำงานได้
นายสุทนต์ ยกวิทยุขึ้นมาพร้อมกับกล่าวว่า ตนอยากให้รัฐบาลแจกวิทยุทรานซิสเตอร์ที่ประชาชนสามารถใช้ในการติดตามข่าวสารจากภาครัฐได้โดยตรง ผ่านสถานีวิทยุ ค่าใช้จ่ายต่อเครื่องประมาณ 200 ถึง 500 บาทเท่านั้นเอง เทียบกับสิ่งที่ได้รับ ถือว่าคุ้มมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนทั้งประเทศ จึงอยากให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่มีเครือข่ายผู้ว่าราชการจังหวัด ทำเป็นโมเดลตัวอย่าง
"แจกที่หาดใหญ่ ผมคิดว่าหาดใหญ่ควรนำร่องแจกเลยครับ ผมเข้าใจว่าไม่กี่แสนเครื่อง การลงทุนครั้งนี้ ถ้าคุ้ม เรากระจายไปจังหวัดต่างๆ ภายใน 1-2 ปี ผมคิดว่าประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ มีคุณค่านานับประการ" นายสุทนต์ กล่าว
Advertisement