
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกรณีรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ผู้ตรวจการแบบนี้จะมีการจับตานโยบายของรัฐบาลที่มีความสุ่มเสี่ยงจะกระทบต่อประชาชน และพ.ร.บ.การเงินการคลังหรือไม่ ว่า ถ้าเป็นเรื่องนโยบายโดยตรงจะเป็นเรื่องของรัฐสภาที่จะตรวจสอบ แต่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะดำเนินการตรวจสอบเมื่อแปรนโยบายมาเป็นการปฏิบัติ สั่งให้หน่วยงานต่างๆดำเนินการตามนโยบาย ซึ่งแน่นอนว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องติดตามนโยบาย ว่ามีนโยบายลงมาอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้ดูในทางปฏิบัติ และหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยจะขั้นตอนนั้นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ตามอำนาจหน้าที่ แต่หากเป็นเรื่องนโยบายโดยตรงเป็นเรื่องของรัฐสภาทำหน้าที่ตรวจสอบนโยบายของรัฐบาล
ส่วนกฎหมายนอมินีกลางนั้น หลังจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ก็จะมีการนัดหมาย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาพูดคุยกัน รวมทั้งหารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทางเรื่องนอมินี และเรื่องมะพร้าว รวมถึงเรื่องเร่งด่วนอื่นๆ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว และเป็นระบบเพื่อสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน
ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดินขยายระยะเวลาชี้แจง 15 วันกรณีคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 กรณีบัตรเลือกตั้งที่มี QR code และ barcode อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำชี้แจงไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยไม่ได้มีการขอขยายระยะเวลา และก็ขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญที่จะใช้ดุลยพินิจในการเรียกพยานหลักฐาน หรือพยานอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ และยังขณะนี้ไม่มีการส่งรายชื่อพยานเพิ่มเติม ยกเว้นศาลรัฐธรรมนูญจะสอบถามหรือขอให้ส่งรายชื่อพยานเพิ่มเติม
ส่วนบุคคลที่จะไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น จะขอรอดูหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญก่อนแล้วค่อยประชุมหารือกันอีกครั้งเพื่อส่งตัวแทนเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ
Advertisement