
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประชาชนหลายล้านคนทั่วประเทศออกมาทำกิจกรรมประท้วงภายใต้ชื่อ "No Kings" (โน คิงส์) ครั้งที่ 3 เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อแสดงพลังคัดค้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในหลายประเด็นร้อน ตั้งแต่การทำสงครามกับอิหร่าน ไปจนถึงการกวาดล้างผู้อพยพและวิกฤตค่าครองชีพ
การประท้วงในครั้งนี้มีจุดหลักอยู่ที่เมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 100,000 คน ไฮไลต์สำคัญคือการปรากฏตัวของศิลปินระดับตำนาน Bruce Springsteen ที่ขึ้นเวทีแสดงเพลงใหม่ "Streets of Minneapolis" เพื่อไว้อาลัยแก่ Renee Good และ Alex Pretti พลเมืองชาวอเมริกันสองคนที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
สปริงสทีนกล่าวบนเวทีว่า "ฝันร้ายของกลุ่มปฏิกิริยาและการบุกรุกเมืองต่างๆ ของอเมริกาโดยกองกำลังรัฐบาลจะต้องยุติลง" ท่าม กลางเสียงเชียร์ของกลุ่มผู้ประท้วงที่ชูป้าย "We had whistles, they had guns"
ด้านทำเนียบขาวได้ออกมาตอบโต้การเคลื่อนไหวครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยนางสาว Abigail Jackson โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่าการรวมตัวครั้งนี้เป็นเพียง "Trump Derangement Therapy Sessions" (เซสชันบำบัดอาการคลั่งต้านทรัมป์) ของกลุ่มซ้ายจัดที่มีเครือข่ายทุนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และระบุว่า มีเพียงนักข่าวที่ได้รับค่าจ้างเท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับคนกลุ่มนี้
ทั้งนี้ การชุมนุม “No Kings” ครั้งก่อนในเดือนตุลาคม มีผู้เข้าร่วมทั่วประเทศเกือบ 7 ล้านคน
การประท้วง "No Kings" ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ขยายตัวในเมืองใหญ่ แต่ยังลามไปถึงเมืองเล็กๆ และรวมถึงกลุ่มชาวอเมริกันในต่างแดนอย่าง ปารีส, ลอนดอน และลิสบอน ที่ออกมาชูป้ายประณามผู้นำสหรัฐฯ ว่าเป็น "ฟาสซิสต์" และ "อาชญากรสงคราม" อีกด้วย
Advertisement